Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 79 หน้าที่ 449

เล่ม มมร. 79 หน้า 449 ข้อ 148
ไม่เจริญ คงตั้งอยู่ หิริของบุคคลนั้น ไม่เสื่อม ไม่เจริญ คงตั้งอยู่ โอตตัปปะ ของบุคคลนั้น ไม่เสื่อม ไม่เจริญ คงตั้งอยู่ วิริยะของบุคคลนั้น ไม่เสื่อม ไม่เจริญ คงตั้งอยู่ ปัญญาของบุคคลนั้น ไม่เสื่อม ไม่เจริญ คงตั้งอยู่ บุคคล อย่างนี้ชื่อว่า โผล่ขึ้นแล้ว หยุดอยู่. ๔. บุคคล โผล่ขึ้นแล้ว เหลียวมองดู เป็นไฉน ? บุคคลบางคนในโลกนี้ โผล่ขึ้นในกุศลธรรม คือ ศรัทธาอันดี ใน กุศลธรรม คือ หิริอันดี ในกุศลธรรม คือ โอตตัปปะอันดี ในกุศลธรรม คือวิริยะอันดี ในกุศลธรรม คือ ปัญญาอันดี บุคคลนั้น เป็นพระโสดาบัน เป็นผู้มีอันไม่ตกไปในอบายภูมิเป็นธรรมดา เป็นผู้เที่ยง เป็นผู้มีความตรัสรู้ เป็นที่ไปในเบื้องหน้า เพราะสัญโญชน์ ๓ สิ้นไปแล้ว บุคคลอย่างนี้ชื่อว่า โผล่ขึ้นแล้ว เหลียวมองดู. ๕. บุคคล โผล่ขึ้นแล้ว ว่ายข้ามไป เป็นไฉน ? บุคคลบางคนในโลกนี้ ย่อมโผล่ขึ้นในกุศลธรรม คือ ศรัทธาอันดี ในกุศลธรรม คือ หิริอันดี ในกุศลธรรม คือ โอตตัปปะอันดี ในกุศลธรรม คือ วิริยะอันดี ในกุศลธรรม คือ ปัญญาอันดี บุคคลนั้นชื่อว่า เป็นพระ- สกทาคามี เพราะสัญโญชน์ ๓ สิ้นไปแล้ว เพราะราคะ โทสะ และโมหะเบา บางลง มาสู่โลกนี้อีกเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ย่อมกระทำที่สุดแห่งทุกข์ได้ บุคคล อย่างนี้ชื่อว่า ผู้โผล่ขึ้นแล้ว ว่ายข้ามไป. ๖. บุคคล ผู้โผล่ขึ้นแล้ว ว่ายไปถึงที่ตื้นพอหยั่งถึง แล้ว เป็นไฉน ?
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka