Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 80 หน้าที่ 62

เล่ม มมร. 80 หน้า 62 ข้อ 16
อรรถกถานิคคหะที่ ๖, ๗, และที่ ๘ หัวข้อที่เป็นประธานทั้ง ๓ ( คือ นิคคหะที่ ๓. ๔. และที่ ๕. ) เหล่านี้ท่านแบ่งไว้ในอนุโลมปัจจนิกปัญจกะตามลำดับ ด้วยสามารถแห่ง อนุโลมพอประมาณก่อนนั่นแหละ เพื่อจะแจกปัจจนิกานุโลมปัญจกะ ด้วยสามารถแห่งปัจจนิกพอประมาณอีก จึงเริ่มคำว่า ปุคฺคโล นูปลพฺภติ เป็นต้น. ในคำเหล่านั้น บัณฑิตพึงทราบเนื้อความโดย นัยที่ข้าพเจ้ากล่าวไว้ในปัจจนิกตามที่ย่อมาไว้ในพระบาลีแห่งอนุโลมนั่น แหละ และโดยนัยที่ข้าพเจ้ากล่าวไว้ในอนุโลมตามที่ย่อไว้ในพระบาลี แห่งปัจจนิกนั่นแหละด้วย. บัณฑิตพึงทราบ การประกอบวาทะนี้ ชื่อว่า อัฏฐมุขตามที่ท่านชี้แจงไว้แล้วด้วยสามารถแห่งปัจจนิกอย่างละ ๒ คือ สัจฉิกัตถะทั้ง ๔ คือ สุทธิกสัจฉิกัตถะ๑ ๑. และสัจฉิกัตถะทั้ง๒ ๓ เหล่านี้ ด้วย แห่งอนุโลมปัจจนิกและปัจจนิกานุโลมในสัจฉิกัตถะอย่างละหนึ่ง ด้วย ด้วยคำมีประมาณเท่านี้. การประกอบวาทะ ชื่อว่า อัฏฐมุขอันใด ที่ท่านจารึกไว้ในพระบาลีว่า นิคคหะ ๘ ในฝ่ายละหนึ่ง ย่อมมีด้วย สามารถแห่งนิคคหะอย่างละหนึ่ง ดังนี้ ท่านกล่าวคำนั้นไว้ในที่นี้ว่า.- การประกอบวาทะ อันพระผู้มีพระภาคทรงประกาศแล้วนี้ ชื่อว่า อัฏฐมุข โดยประเภทแห่งปัญจกะทั้ง ๒ ในปัญหา ๔ อย่าง ด้วยประการ ๑. คำว่า สุทธิกสัจฉิกัตฉะ ได้แก่ สัจฉิกัตถะล้วน คือไม่เจือด้วยอย่าง อื่น. ๒. คำว่า สัจฉิกัตถะทั้ง ๓ ได้แก่ สัจฉิกัตถะที่ท่านกล่าวถึงที่ทั้งปวง ในกาลทั้งปวง และในธรรมทั้งปวง.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka