ดุจหยั่งเห็นสังขาร ฯลฯ ดุจหยั่งเห็นวิญญาณโดยสัจฉิกัตถปรมัตถะหรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. วิญญาณเป็นอื่น บุคคลก็เป็นอื่น หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น.
ส. ท่านจงรับรู้นิคคหะ, หากว่าท่านหยั่งเห็นบุคคล
โดยสัจฉิกัตถปรมัตถะ ดุจหยั่งเห็นวิญญาณ โดยสัจฉิกัตถปรมัตถะ ด้วย
เหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า วิญญาณเป็นอื่น บุคคลก็เป็นอื่น,
ที่ท่านกล่าวในปัญหานั้นว่า ข้าพเจ้าหยั่งเห็นบุคคลโดยสัจฉิกัตถปรมัตถะ
ดุจหยั่งเห็นวิญญาณ โดยสัจฉิกัตถปรมัตถะ แต่ไม่พึงกล่าวว่า วิญญาณ
เป็นอื่น บุคคลก็เป็นอื่น ดังนี้ ผิด, แต่ถ้าไม่พึงกล่าวว่า วิญญาณเป็นอื่น
บุคคลก็เป็นอื่น ก็ต้องไม่กล่าวว่า ข้าพเจ้าหยั่งเห็นบุคคล โดยสัจฉิกัตถ-
ปรมัตถะ ดุจหยั่งเห็นวิญญาณ โดยสัจฉิกัตถปรมัตถะ ที่ท่านกล่าวใน
ปัญหานั้นว่า พึงกล่าวได้ว่า ข้าพเจ้าหยั่งเห็นบุคคล โดยสัจฉิกัตถ-
ปรมัตถะ ดุจหยั่งเห็นวิญญาณ โดยสัจฉิกัตถปรมัตถะ แต่ไม่พึงกล่าวว่า
วิญญาณเป็นอื่น บุคคลก็เป็นอื่น ดังนี้ ผิด ฯ ล ฯ
[๑๙] ส. ท่านหยั่งเห็นบุคคล โดยสัจฉิกัตถปรมัตถะ ดุจ
หยั่งเห็นจักขายตนะ โดยสัจฉิกัตถปรมัตถะ หรือ ฯ ล ฯ ดุจหยั่งเห็น
โสตายตนะ ฯ ล ฯ ดุจหยั่งเห็นฆานายตนะ ฯ ล ฯ ดุจหยั่งเห็นชิวหายตนะ
ฯ ล ฯ ดุจหยั่งเห็นกายายตนะ ฯ ล ฯ ดุจหยั่งเห็นรูปายตนะ ฯ ล ฯ ดุจ
หยั่งเห็นสัททายตนะ ฯ ล ฯ ดุจหยั่งเห็นคันธายตนะ ฯ ล ฯ ดุจหยั่งเห็น
รสายตนะ ฯ ล ฯ ดุจหยั่งเห็นโผฏฐัพพายตนะ ฯ ล ฯ ดุจหยั่งเห็นมนา-