Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 80 หน้าที่ 75

เล่ม มมร. 80 หน้า 75 ข้อ 27
ก็เป็นอื่น ข้าพเจ้าหยั่งเห็นบุคคลโดยสัจฉิกัตถปรมัตถะ ดุจหยั่งเห็นรูป โดยสัจฉิกัตถปรมัตถะ, ที่ท่านกล่าวในปัญหานั้นว่า ข้าพเจ้าหยั่งเห็นรูป โดยสัจฉิกัตถปรมัตถะ ดุจหยั่งเห็นเวทนาโดยสัจฉิกัตถปรมัตถะ รูปเป็น อื่น เวทนาก็เป็นอื่น ข้าพเจ้าหยั่งเห็นบุคคลโดยสัจฉิกัตถปรมัตถะ ดุจ หยั่งเห็นรูปโดยสัจฉิกัตถปรมัตถะ แต่ไม่พึงกล่าวว่า รูปเป็นอื่น บุคคล ก็เป็นอื่น ดังนี้ ผิด ฯ ล ฯ [๒๗] ส. ท่านหยั่งเห็นรูปโดยสัจฉิกัตถปรมัตถะ ดุจหยั่งเห็น สัญญาโดยสัจฉิกัตถปรมัตถะ ฯ ล ฯ ดุจหยั่งเห็นสังขาร ฯ ล ฯ ดุจหยั่ง เห็นวิญญาณโดยสัจฉิกัตถปรมัตถะ รูปเป็นอื่น วิญญาณก็เป็นอื่น หรือ ? ป. ถูกแล้ว. ส. ท่านหยั่งเห็นบุคคลโดยสัจฉิกัตถปรมัตถะ ดุจหยั่ง เห็นรูปโดยสัจฉิกัตถปรมัตถะ หรือ ? ป. ถูกแล้ว. ส. รูปเป็นอื่น บุคคลก็เป็นอื่น หรือ ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น. ส. ท่านจงรับรู้นิคคหะ, หากว่า ท่านหยั่งเห็นรูป โดยสัจฉิกัตถปรมัตถะ ดุจหยั่งเห็นวิญญาณโดยสัจฉิกัตถปรมัตถะ รูปเป็น อื่น วิญญาณก็เป็นอื่น (อย่างเดียวกัน ) ท่านหยั่งเห็นบุคคลโดยสัจฉิ- กัตถปรมัตถะ ดุจหยั่งเห็นรูปโดยสัจฉิกัตถปรมัตถะ ด้วยเหตุนั้นนะท่าน จึงต้องกล่าวว่า รูปเป็นอื่น บุคคลก็เป็นอื่น ที่ท่านกล่าวในปัญหานั้น ว่า พึงกล่าวได้ว่า ข้าพเจ้าหยั่งเห็นรูปโดยสัจฉิกัตถปรมัตถะ ดุจหยั่ง
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka