ในการเทียบเคียงพระสูตร ปรวาทีกล่าวว่า พระผู้มีพระภาคเจ้า
ทรงเห็นรูปเพราะรูปเป็นอารมณ์แก่ทิพยจักขุ. ในวาระที่ ๒ กล่าวว่า
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงเห็นบุคคลเพราะพระบาลีว่า เราตถาคต ย่อม
เห็นสัตว์ทั้งหลาย ดังนี้ ในวาระที่ ๓ กล่าวว่าพระผู้มีพระภาคเจ้าทรง
เห็นทั้ง ๒ อย่าง เพราะลัทธิว่าพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงเห็นรูปแล้วจึงรู้
แจ้งซึ่งบุคคล.๑ ก็รูปายตนะนั่นแหละท่านรวบรวมไว้ในรูปสังคหะ ๔ คือ
ทิฏฺํ ๑. สุตํ ๑. มุตํ ๑. วิญฺาตํ ๑. ชื่อว่าเป็นธรรมพึงเห็น
เหตุใด เพราะเหตุนั้น สกวาทีจึงซักว่า รูปคือบุคคล บุคคลคือรูป
ทั้ง ๒ อย่างคือรูป คือรูปปายตนะ เป็นต้น.
อรรถกถาอุปาทาปัญญัตตานุโยค จบ
๑. ในวิภังค์ปกรณ์กล่าวไว้ว่า รูปายตนะเป็น ทิฏฺํ เป็น วิญฺาตํ สัททา-
ยตนะเป็น สุตํ เป็น วิญฺาตํ คันธายตนะ รสายตนะ โผฏฐัพพายตนะเป็น มุตํ
เป็นวิญฺาตํ อายตนะ ๗ ที่เหลือ คือ จักขายตนะ โสตา ฆานา ชิวหา กายา
ธัมมา มนายตนะ เป็น วิญฺาตํ ทิฏฺํ ได้แก่ธรรมที่เขาเห็นแล้ว ฯ ล ฯ
วิญฺาตํ ได้แก่ธรรมที่เขารู้แล้ว.