Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 7 หน้าที่ 341

เล่ม มมร. 7 หน้า 341 ข้อ 173
บทว่า สิงฺฆาฏกพทฺธํ คือ พูนคันนาเชื่อมกันดังทาง ๔ แพร่ง ตามที่ซึ่งคันนากับคันนาผ่านตัดกันไป, อธิบายว่า มีสัณฐานดังทาง ๔ แพร่ง สองบทว่า อุสฺสหสิ ตฺวํ อานนฺท มีความว่า อานนท์ เธอ อาจหรือ ? บทว่า สํวิทฺหิตุํ ได้แก่ เพื่อทำ. สองบทว่า อุสฺสหามิ ภควา มีความว่า ท่านอานนท์แสดงว่า ข้าพระองค์ อาจตามนัยที่พระองค์ประทาน. บทว่า ยตฺร หิ นาม คือ โย นาม วินิจฉัยในคำว่า กุสิมฺปิ นาม เป็นอาทิ พึงทราบดังนี้:- คำว่า กุสิ นี้ เป็นชื่อแห่งผ้ายาว มีอนุวาตด้านยาวและด้านกว้าง เป็นต้นต้น. คำว่า อฑฺฒกุสิ เป็นชื่อแห่งผ้าสั้นในระหว่าง ๆ. มณฑล นั้น ได้แก่ กระทงใหญ่ ในขัณฑ์อันหนึ่ง ๆ แห่งจีวรมี ๕ ขัณฑ์. อัฑฒมณฑล นั้น ได้แก่ กระทงเล็ก. วิวัฏฏะ นั้น ได้แก่ ขัณฑ์ตรงกลางที่เย็บมณฑลกับอัฑฒมณฑล ติดกัน. อนุวิวัฏฏะ นั้น ได้แก่ ๒ ขัณฑ์ที่สองข้างแห่งวิวัฎฏะนั้น. คีเวยยกะ นั้น ได้แก่ ผ้าตามอื่นที่เย็บด้วยด้าย เพื่อทำไห้ทนทาน ในที่ ๆ พันคอ. ชังเฆยยกะ นั้น ได้แก่ ผ้าที่เย็บอย่างนั้นเหมือนกัน ในที่ ๆ ปก แข้ง.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka