Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 7 หน้าที่ 355

เล่ม มมร. 7 หน้า 355 ข้อ 173
ฝ่ายบริขารทั้งหลายที่ภิกษุไข้ไม่ได้ให้แก่บุคคลเหล่าอื่น เก็บไว้ในที่ ไกล ย่อมเป็นของสงฆ์ในที่นั้น ๆ เท่านั้น. ถ้าเป็นของ ๒ เจ้าของมิได้แบ่งกัน, เมื่อฝ่ายหนึ่งทำกาลกิริยา อีก ฝ่ายหนึ่งย่อมเป็นเจ้าของ, ในของแม้มากเจ้าของ ก็นัยนี้แล. เมื่อเจ้าของมรณภาพ ทั้งหมด ย่อมเป็นของสงฆ์. ถึงหากว่า ภิกษุผู้เป็นเจ้าของเหล่านั้น ไม่แบ่งกัน ให้แก่นิสิตทั้งหลาย มีสัทธิวิหาริกเป็นต้น, ไม่เป็นอันให้เลย, ต่อสละให้แล้วจึงเป็นอันให้ด้วยดี, เมื่อภิกษุผู้เป็นเจ้าของเหล่านั้น แม้มรณภาพแล้วย่อมเป็นของนิสิตทั้งหลาย มี สัทธิวิหาริกเป็นต้น เท่านั้น, ไม่เป็นของสงฆ์. ว่าด้วยจีวรที่ไม่ควร วินิจฉัยในจีวรคากรองเป็นอาทิ. พึงทราบดังนี้:- บทว่า อกฺถนาลํ ได้แก่ จีวรที่ทำด้วยก้านรัก. ผ้าที่ทำด้วยปอ เรียกว่าผ้าเปลือกไม้. ผ้าที่เหลือ ได้กล่าวไว้แล้วใน อรรถกถาแห่งปฐมปาราชิก.๑ ในผ้าเหล่านั้น เฉพาะผ้าเปลือกไม้ ปรับทุกกฏ ในผ้าที่เหลือปรับ ถุลลัจจัย. ส่วนผ้าเปลือกรัก ผ้ากาบกล้วยและผ้าเปลือกละหุ่ง มีคติอย่างผ้า เปลือกไม้เหมือนกัน. จีวรมีสีเขียวล้วนเป็นต้น พึงสำรอกสีเสีย ย้อมใหม่แล้วจึงใช้ ถ้า เป็นของที่ไม่อาจสำรอกสีได้, พึงให้กระทำเป็นผ้าปูลาดหรือพึงแทรกไว้ใน ท่ามกลางจีวรสองขัน. ๑. สมนฺต. ปฐม. ๒๗๙.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka