Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 81 หน้าที่ 449

เล่ม มมร. 81 หน้า 449 ข้อ 1617 1618
ขณลยมุหุตตกถา [๑๖๑๗] สกวาที ขณะเป็นปรินิปผันนะ ลยะ๑ เป็นปรินิปผันนะ มุหุตตะ เป็นปรินิปผันนะ หรือ ? ปรวาที ถูกแล้ว. ส. เป็นไป หรือ ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ? ส. เป็นเวทนา ฯลฯ เป็นสัญญา ฯลฯ เป็นสังขาร ฯลฯ เป็นวิญญาณ หรือ ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ [๑๖๑๘] ป. ไม่พึงกล่าวว่า มุหุตตะเป็นปรินิปผันนะ หรือ ? ส. ถูกแล้ว. ป. พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไว้ว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย กถาวัตถุนี้มี ๓ อย่าง ๓ อย่างเป็นไฉน ? บุคคลพึงกล่าวกถาปรารภ ระยะกาลส่วนอดีตว่า ระยะที่ล่วงแล้วได้เป็นแล้วอย่างนี้ ดังนี้บ้าง พึงกล่าวกถาปรารภระยะกาลส่วนอนาคตว่า ระยะกาลส่วนอนาคตจักเป็น อย่างนี้ ดังนี้บ้าง พึงกล่าวกถาปรารภระยะกาลปัจจุบัน ณ บัดนี้ว่า ปัจจุบันมีอยู่ ณ บัดนี้ อย่างนี้ ดังนี้บ้าง ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย กถาวัตถุ ๓ อย่าง ฉะนี้แล ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ ? ส. ถูกแล้ว. ป. ถ้าอย่างนั้น มุหุตตะ ก็เป็นปรินิปผันนะ น่ะสิ. ขณลยมุหุตตกถา จบ ๑. ระยะเวลา ๑๐ นิ้วเป็นขณะหนึ่ง, ๑๐ ขณะเป็นลยะหนึ่ง, ๑๐ ลยะเป็นขณลยะหนึ่ง, ๑๐ ขณลยะเป็น มุหุตตะหนึ่ง, ๑๐ มุหุตตะเป็นขณมุหุตตะหนึ่ง. อภิธานัปปทีปิกา.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka