Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 81 หน้าที่ 666

เล่ม มมร. 81 หน้า 666 ข้อ 1837
ป. ถ้าอย่างนั้น ปุถุชนก็ไม่สงัดแล้วจากธรรมมีธาตุ ๓ น่ะสิ. อวิวิตตกถา จบ อรรถกถาอวิวิตตกถา ว่าด้วย ปุถุชนผู้ไม่สงัด บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องปุถุชนผู้ไม่สงัด ในเรื่องนั้น การสันนิษฐาน ใน ลัทธิของสกวาทีนี้ว่า ธรรมใดเกิดขึ้นเฉพาะหน้า คือเป็นปัจจุบัน ด้วย บุคคลใด บุคคลนั้นชื่อว่าไม่สงัดจากธรรมนั้น ดังนี้. ก็ชนเหล่าใดมี ความเห็นผิดดุจลัทธินิกายอุตตราปถกะบางพวกนั้นนั่นแหละว่า ปุถุชน ไม่กำหนดรู้ธรรมอันประกอบด้วยธาตุ ๓๑ เหตุใด เพราะเหตุนั้น ในขณะ เดียวกันนั่นแหละเขาย่อมไม่สงัดจากธรรมอันประกอบด้วยธาตุ ๓ แม้ ทั้งปวง ดังนี้ คำถามของสกวาทีหมายถึงชนเหล่านั้น คำตอบรับรองเป็น ของปรวาที. คำว่า ไม่สงัดจากผัสสะ ๓ เป็นต้น สกวาทีกล่าวเพื่อแสดงโทษ อันเป็นไปในขณะหนึ่งแห่งธรรมทั้งปวงมีผัสสะเป็นต้น. คำที่เหลือในที่นี้ มีอรรถตื้นทั้งนั้นแล. อรรถกถาอวิวิตตกถา จบ ๑. ธาตุ ๓ คือ กามธาตุ รูปธาตุ อรูปธาตุ.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka