Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 82 หน้าที่ 18

เล่ม มมร. 82 หน้า 18 ข้อ 4
นัย ๔ อย่างเหล่านี้ คือ มูลนัย มูลมูลนัย มูลกนัย มูล- มูลนัย มีอยู่ เพราะอาศัยบทที่เป็นเบื้องต้นนี้ว่า กุสลา ธมฺมา แห่งกุสลติกมาติกา ในนัย ๔ อย่างเหล่านี้ นัยหนึ่ง ๆ มียมก ๓ อย่าง คือ มูลยมก เอกมูลยมก อัญญมัญญมูลยมก จึงเป็นยมก ๑๒ อย่าง ในยมกหนึ่งๆ มีปุจฉา ๒ อย่างด้วยอำนาจ อนุโลม และ ปฏิโลม จึงเป็นปุจฉา ๒๔ ในปุจฉาหนึ่ง ๆ มีอรรถ ๒ อย่างด้วยอำนาจ สันนิฏฐาน ( บทตั้ง ) และ สังสยะ ( บทถามหรือบทสงสัย ) จึงเป็นอรรถ ๔๘ พึงทราบอรรถแห่งสันนิฏฐานในบทนี้ว่า เยเกจิ กุสลา ธมฺมา = ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นกุศล (มีอยู่ ) เพราะความ ไม่มีความสงสัยในกุศลทั้งหลายว่าเป็นกุศลหรือไม่เป็นกุศล พึงทราบอรรถแห่งสังสยะในบทนี้ว่า สพฺเพ เต กุสลมูลา = กุศลเหล่านั้นทั้งหมดเป็นกุศลมูลหรือ เพราะการถามด้วยอำนาจ ความสงสัยอย่างนี้ว่า กุศลเหล่านั้นทั้งหมดเป็นกุลมูลหรือไม่เป็นกุศล มูล ก็เนื้อความนั้นพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสแล้วเพื่อแสดงความสงสัยใน
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka