ควรตัสสปาปิยสิกากรรม . . . ทำอุกเขปนียกรรมแก่ภิกษุผู้ควรตัสสปาปิยสิกา
กรรม. . . ให้ปริวาสแก่ภิกษุผู้ควรตัสสปาปิยสิกากรรม. . . ให้สติวินัยแก่ภิกษุ
ผู้ควรตัสสปาปิยสิกากรรม. . . ให้อมูฬหวินัยแก่ภิกษุผู้ควรจตัสสปาปิยสิกากรรม
อย่างนี้แล ภิกษุทั้งหลาย ชื่อว่ากรรมไม่เป็นธรรม ไม่เป็นวินัย และการกระ
ทำอย่างนี้ สงฆ์ย่อมมีโทษ.
สงฆ์ผู้พร้อมเพรียงกัน ทำนิยสกรรมแก่ภิกษุผู้ควรตัชชนียกรรม . . .
ทำปัพพาชนียกรรมแก่ภิกษุผู้ควรนิยสกรรม . . . ทำปฏิสารณียกรรมแก่ภิกษุผู้ควร
ปัพพาชนียกรรม. . . ทำอุกเขปนียกรรมแก่ภิกษุควรปฏิสารณียกรรม. . . ให้
ปริวาสแก่ภิกษุผู้ควรอุกเขปนียกรรม . . . ชักภิกษุผู้ควรปริวาสเข้าหาอาบัติเดิม
. . . ให้มานัตแก่ภิกษุผู้ควรชักเข้าหาอาบัติเดิม. . . อัพภานภิกษุผู้ควรมานัต. . .
ให้ภิกษุผู้ควรอัพภานให้อุปสมบทกุลบุตร. . . ให้สติวินัยแก่กุลบุตรผู้ควรอุป-
สมบท. . . ให้อมูฬหวินัยแก่กุลบุตรผู้ควรอุปสมบท. . . ทำตัสสปาปิยสิกากรรม
แก่กุลบุตรผู้ควรอุปสมบท. . . ทำตัชชนียกรรมแก่กุลบุตรผู้ควรอุปสมบท. . .
ทำนิยสกรรมแก่กุลบุตรผู้ควรอุปสมบท. . . ทำปัพพาชนียกรรมแก่กุลบุตรผู้ควร
อุปสมบท. . . ทำปฏิสารณียกรรมแก่กุลบุตรผู้ควรอุปสมบท . . . ทำอุกเขปนีย-
กรรมแก่กุลบุตรผู้ควรอุปสมบท. . . ให้ปริวาสแก่กุลบุตรผู้ควรอุปสมบท. . .
ชักกุลบุตรผู้ควรอุปสมบทเข้าหาอาบัติเติม. . . ให้มานัตแก่กุลบุตรผู้ควรอุป-
สมบท. . . อัพภานกุลบุตรผู้ควรอุปสมบท อย่างนี้แล ภิกษุทั้งหลาย ชื่อว่า
กรรมไม่เป็นธรรม ไม่เป็นวินัย และการกระทำอย่างนี้ สงฆ์ย่อมมีโทษ
อุบาลีปุจฉาภาณวาร ที่ ๒ จบ