Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 82 หน้าที่ 778

เล่ม มมร. 82 หน้า 778 ข้อ 793
ติกะผู้ไม่มีฆานะ ย่อมไม่มีในกามธาตุ ถ้าพึงมีแก่ใคร ๆ ไซร้ ก็พึง กล่าวได้ว่า อายตนะก็ย่อมปรากฏ ก็ผู้นอนในครรภ์ใด พึงเป็นผู้ไม่ มีฆานะ ผู้นอนในครรภ์นั้น ท่านไม่ประสงค์เอาแล้วในอายตนยมกนี้ เพราะคำว่า สจกฺขุกานํ. คำว่า สจกฺขุกานํ สฆานกานํ ท่านกล่าวหมายเอาโอปปาติกะ สัตว์ผู้หูหนวกมาแต่กำเนิดบ้าง ผู้มีอายตนะบริบูรณ์บ้าง. คำว่า สฆานกานํ อจกฺขุกานํ ท่านกล่าวหมายเอาโอปปาติกะ สัตว์ผู้ตาบอดมาแต่กำเนิดบ้าง ผู้หูหนวกมาแต่กำเนิดบ้าง. คำว่า สจกฺขุกานํ สฆานกานํ ท่านกล่าวหมายเอาโอปปาติกะ สัตว์ผู้มีอายตนะบริบูรณ์นั่นเทียว. ผู้อื่นบ้าง ผู้นอนในครรภ์บ้าง อันบัณฑิตย่อมได้นั่นเทียว ใน พวกโอปปาติกะสัตว์ผู้ตาบอดมาแต่กำเนิดและหูหนวกมาแต่กำเนิด ใน คำนี้ว่า สรูปกานํ อจกฺขุกานํ. แม้ไม่มีรูปกับบุคคล ๓ จำพวกมี บุคคลผู้ตาบอดมาแต่กำเนิดเป็นต้น ที่กล่าวไว้แล้วในหนหลัง อันบัณ- ฑิตย่อมได้ในคำนี้ว่า สจิตฺตกานํ อจกฺขุกานํ. แม้พวกอสัญญสัตว์กับบุคคล ๔ จำพวกที่กล่าวแล้วในบทเบื้องต้น อันบัณฑิตย่อมได้ในบทแรกนี้ว่า อจกฺขุกานํ. พวกคัพภเสยยกสัตว์ พวกอสัญญสัตว์ และพวกรูปพรหมที่เหลือ อันบัณฑิตย่อมได้ในคำนี้ ว่า สรูปกานํ อฆานกานํ. พวกคัพภเสยยกสัตว์ และพวกรูปพรหม
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka