ในภังคขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้ที่เข้าถึงความเป็นผู้เคยรู้อริย-
สัจ ๔ มาแล้วก็ดี ในขณะที่ตัณหาวิปปยุตตจิตกำลังเกิดขึ้นแก่บุคคล
เหล่านั้นก็ดี สมุทยสัจจะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่
มัคคสัจจะเคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, เมื่อจิตดวงที่ ๒ คือ
ปฐมภวังค์เกิดขึ้นแก่บุคคลผู้เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิก็ดี ในภังคขณะแห่ง
ตัณหาของบุคคลผู้ที่ยังไม่เข้าถึงความเป็นผู้เคยรู้อริยสัจ ๔ มาแล้วก็ดี
ในขณะที่ตัณหาวิปปยุตตจิตกำลังเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นก็ดี บุคคลผู้
เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี สมุทยสัจจะไม่ใช่กำลังเกิด และมัคคสัจจะก็
ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า มัคคสัจจะไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สมุทย-
สัจจะก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้ที่ยังไม่เข้าถึงความเป็นผู้
เคยรู้อริยสัจ ๔ มานั้น มัคคสัจจะไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้น แต่สมุทยสัจจะกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, เมื่อจิต
ดวงที่ ๒ คือปฐมภวังค์เกิดขึ้นก็บุคคลผู้เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิก็ดี ใน
ภังคขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้ที่ยังไม่เข้าถึงความเป็นผู้เคยรู้อริยสัจ ๔
มานั้นก็ดี ในขณะที่ตัณหาวิปปยุตตจิตกำลังเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นก็ดี
บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี มัคคสัจจะไม่ใช่เคยเกิด และสมุทย-