ปุถุชนเหล่าใดจักไม่ได้มรรคในอุปปาทขณะแห่งตัณหาของปุถุชน
เหล่านั้น สมุทยสัจจะกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่มัคคสัจจะไม่ใช่
จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลเหล่าใดจักได้มรรคในอุปปาทขณะแห่ง
ตัณหาของบุคคลเหล่านั้น สมุทยสัจจะกำลังเกิด และมัคคสัจจะก็จักเกิด
แก่บุคคลนั้น.
ก็หรือว่า มัคคสัจจะจักเกิดแก่บุคคลใด, สมุทยสัจจะก็กำลังเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลเหล่าใดจะได้อรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาท-
ขณะแห่งจิตนั้นก็ดี บุคคลเหล่าใดจักได้มรรคที่นอกจากจิตนั้น ในภังค-
ขณะแห่งตัณหาของบุคคลเหล่านั้นก็ดี และในขณะที่ตัณหาวิปปยุตตจิต
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นก็ดี บุคคลผู้กำลังเข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ดี
บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี มัคคสัจจะจักเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้น แต่สมุทยสัจจะไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลเหล่าใด
จักได้มรรคในอุปปาทขณะแห่งตัณหาของบุคคลเหล่านั้น มัคคสัจจะ
จักเกิด และสมุทยสัจจะก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ สมุทยสัจจมูละ มัคคสัจจมูลี
สมุทยสัจจมูล จบ
ปุคคลวาระ จบ