ตัณหาของบุคคลเหล่านั้นก็ดี และในขณะที่ตัณหาวิปปยุตตจิตกำลังเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้นก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี สมุทยสัจจะ
ไม่ใช่กำลังเกิด และมัคคสัจจะก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น.
ก็หรือว่า มัคคสัจจะไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สมุทย-
สัจจะก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้เกิดอยู่ในอบายภูมิก็ดี ปุ-
ถุชนเหล่าใดจักไม่ได้มรรค ในอุปปาทขณะแห่งตัณหาของปุถุชนเหล่า
นั้นก็ดี มัคคสัจจะไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่สมุทย-
สัจจะกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยอรหัต-
มัคคจิตก็ดี พระอรหันต์ทั้งหลายก็ดี ในภังคขณะแห่งตัณหาของบุคคล
ที่เกิดอยู่ในอบายภูมิก็ดี ปุถุชนเหล่าใดจักไม่ได้มรรค ในภังคขณะแห่ง
ตัณหาของปุถุชนเหล่านั้นก็ดี และในขณะที่ตัณหาวิปปยุตตจิตกำลังเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้นก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี มัคคสัจจะ
ไม่ใช่จักเกิด และสมุทยสัจจะก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น.
จบ สมุทยสัจจมูละ มัคคสัจจมูลี
สมุทยสัจจมูล จบ
ปุคคโลกาสวาระ จบ
ปัจจุปปันนานานาคตวาระ ปัจจนิก จบ