ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมด เว้นวิตกและ
วิจารเสียแล้ว ในอุปปาทขณะแห่งจิตก็ดี บุคคลที่เข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ดี
บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี วจีสังขารไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น แต่จิตตสังขารจักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, ในภังคขณะแห่ง
ปัจฉิมจิตที่มีวิตกและมีวิจารก็ดี บุคคลที่ถึงพร้อมด้วยปรินิพพานจิตที่ไม่
มีวิตกและไม่มีวิจารก็ดี วจีสังขารไม่ใช่กำลังเกิด และจิตตสังขารก็ไม่
ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า จิตตสังขารไม่ใช่จักเกิดบุคคลใด, วจีสังขารก็ไม่ใช่
กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมที่มีวิตกและมีวิจาร จิตตสังขารไม่ใช่
จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่วจีสังขารกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, ใน
ภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่มีวิตกและมีวิจารก็ดี บุคคลที่ถึงพร้อมด้วย
ปรินิพพานจิตที่ไม่มีวิตกและไม่มีวิจารก็ดี จิตตสังขารไม่ใช่จักเกิด และ
วจีสังขารก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ วจีสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
วจีสังขารมูล จบ
ปุคคลวาระ จบ