ลมอัสสาสะปัสสาสะเสียแล้ว ในภังคขณะแห่งจิตที่ไม่มีวิตกและไม่มี
วิจารก็ดี บุคคลที่กำลังเข้านิโรธสมาบิตอยู่ก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญ-
สัตตภูมิก็ดี วจีสังขารไม่ใช่กำลังดับ และกายสังขารก็ไม่ใช่กำลังดับ
แก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี
กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี :-
[๑๑๒๒] กายสังขารไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลใด, จิตตสังขาร
ก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะเสียแล้ว ในภังคขณะแห่งจิต กาย-
สังขารไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น แต่จิตสังขารกำลังดับแก่บุคคล
เหล่านั้น, ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดก็ดี บุคคล
ที่เข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี กาย-
สังขารไม่ใช่กำลังดับ และจิตตสังขารก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า จิตตสังขารไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลใด, กายสังขาร
ก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
กายสังขารมูล จบ