และภวราคานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัต-
มรรคนั้น จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น, บุคคลนั้นนั่น
แหละ ไม่กำหนดรู้ที่อปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และ
ภวราคานุสัย และไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น, บุคคลทั้งหลาย
ที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก และบุคคล
ที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย
วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย และไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย ในที่
ทั้งปวง.
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่ใด, บุคคล
นั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย
วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่ ๘ ไม่กำหนดรู้ที่เวทนา ๓ ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ
อรูปธาตุ บุคคลที่ ๘ นั้น ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย กามราคา-
นุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และภวราคานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคล
ที่ ๘ นั้น จะไม่ใช่ไม่กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น,
บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ที่อปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อม
ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัยไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย
ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย จากที่นั้น บุคคลผู้มีความ