ยสฺส วาปน อวิชฺชานุสโย อนุเสติ ตสฺส กามราคานุสโย
อนุเสติ "
ที่มีปฏิฆานุสัยเป็นมูล ๕ ยมก มีมานานุสัยเป็นมูล ๔ ยมก
มีทิฏฐานุสัยเป็นมูล ๓ ยมก มีวิจิกิจฉานุสัยเป็นมูล ๒ ยมก มีภวราคา-
นุสัยเป็นมูล ๑ ยมก ด้วยสามารถแห่งการนับแล้วไม่นับอีก วาระแม้
ทั้งหมดที่มีมูล ๑ จึงรวมเป็น ๒๑ ยมก ด้วยประการฉะนี้.
ปุคคลวาระอื่นอีก ๑๕ ยมก คือ ที่มีมูล ๒ ( ทุกมูล ) อันมา
แล้วในพระบาลีอย่างนี้ว่า ยสฺส กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย
จ อนุเสนฺติ ดังนี้ มี ๕ ยมก ที่มีมูล ๓ ( ติกมูล ) มี ๔ ยมก,
ที่มีมูล ๔ ( จตุกกมูล ) มี ๓ ยมก ที่มีมูล ๕ ( ปัญจกมูล ) มี ๒ ยมก.
ที่มีมูล ๖ ( ฉักกมูล ) มี ๑ ยมก. รวมในปุคคลวาระเป็น ๓๖ ยมก
คือ ยมกที่มีมูล ๑ มี ๒๑ ยมก ที่มีมูล ๒ เป็นต้นอีก ๑๕ ยมก
( ๒๑ + ๑๕ = ๓๖ ) ดังนี้.
ในโอกาสวาระก็เหมือนกัน คือ มี ๓๖ ในปุคคโลกาสวาระก็
เหมือนกัน คือมี ๓๖ เพราะฉะนั้น อันตรวาระแม้ทั้งหมดในอนุโลมนัย
จึงเป็น ๑๐๘ ยมก ในปฏิโลมนัยก็เหมือนกัน ( มี ๑๐๘ ) ดังนั้นใน
มหาวาระแรก คืออนุสยวาระ จึงรวมเป็น ๒๑๖ ยมก. บัณฑิตพึงทราบ
คำปุจฉาต้องคูณด้วย ๒ แต่ยมกนั้น เนื้อความคือคำวิสัชนาคูณด้วย ๒
จากคำปุจฉานั้น. ก็ในอนุสยวาระนี้ ฉันใด พึงทราบการนับยมกหนึ่ง ๆ