Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 83 หน้าที่ 764

เล่ม มมร. 83 หน้า 764 ข้อ 1581
ธรรมแม้อันหนึ่งซึ่งเนื่องด้วยกามธาตุให้เป็นอารมณ์ เพราะฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ภวราคานุสัย ย่อมนอนเนื่องในรูปธาตุ และอรูปธาตุนี้ โดยกำหนดไว้ด้วยสามารถแห่งการนอนเนื่องใน อารมณ์ ดังนี้. อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่า ราคะนี้ มี ๒ ด้วยสามารถแห่ง กามราคะและภวราคะ. ใน ๒ อย่างนั้น กามราคะ ท่านกล่าวว่า ย่อมนอนเนื่อง ในเวทนาทั้ง ๒ แห่งกามธาตุ ดังนี้. ก็ถ้าว่า แม้ภวราคะพึงเป็นดุจกามราคะอย่างนี้ไซร้ การแสดง ภวราคะกับด้วยกวมราคะก็พึงเป็นเหมือนการคาบเกี่ยวกัน เพราะฉะนั้น พระองค์ทรงแยกกิเลสมีราคะเป็นต้นไว้ เพื่อต้องการแสดงความแตก ต่างกันของกามราคะกับภวราคะแล้ว จึงทรงแสดงเทศนาอย่างนี้. บัณฑิต พึงทราบที่เป็นที่เกิดขึ้นแห่งภวราคานุสัย ดังพรรณนามาฉะนี้. ก็ อวิชชานุสัย ย่อมนอนเนื่องในธรรมที่เป็นไปในภูมิ ๓ ทั้งหมด. ด้วยเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า อวิชชานุสัย ย่อมนอนเนื่องในธรรมทั้งหลายที่นับเนื่องด้วยสักกายะทั้งปวงไว้ ในที่นี้ ดังนี้. บัณฑิตพึงทราบความที่อวิชชานุสัยเป็นธรรมนอนเนื่อง อันเป็นสหชาตะในจิตตุปบาท ๑๒ ดวง. ก็เมื่อว่าด้วยสามารถแห่งการ กระทำอารมณ์แล้ว อวิชชานุสัยไม่ปรารภธรรมอะไร ๆ อันเป็นไปใน ภูมิ ๓ แล้วเป็นไปหามีไม่. บัณฑิตพึงทราบที่เป็นที่เกิดขึ้นแห่ง
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka