Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 83 หน้าที่ 766

เล่ม มมร. 83 หน้า 766 ข้อ 1581
ในขณะเดียวกันของธรรมเหล่านั้น ( กามราคะ ปฏิฆะ ) จึงไม่มี เพราะฉะนั้น บัณฑิตพึงทำคำปฏิเสธในที่นี้ว่า โน ดังนี้. ก็ในที่นี้ ท่านไม่ถือเอาโวหารอันกำลังเป็นไป ด้วยสามารถแห่งปัจจุบันขณะราวกะ ในยมกทั้งหลายในหนหลัง เพราะเนื้อความนั้นไม่ปฏิเสธ ก็ต้องตอบ รับรองว่า อามนฺตา ดังนี้ จึงควรถือเอาโดยประการอื่น ๆ. ถามว่า ควรถือเอาด้วยอาการอย่างไร ? ตอบว่า ด้วยสามารถแห่งกิเลสที่ละไม่ได้. จริงอยู่ โวหารที่กำลังเป็นไปว่า อนุเสติ นี้ ท่านกล่าวหมาย เอากิเลสที่ยังละไม่ได้. มิได้หมายเอาความเป็นปัจจุบันขณะ. เพราะ ท่านกล่าวหมายเอากิเลสที่เป็นสภาวะที่ละไม่ได้ ฉะนั้น บัณฑิตพึงทราบ เนื้อความอย่างนี้ว่า กามราคานุสัย อันบุคคลใดยังละไม่ได้ แม้ ปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้นก็ยังละไม่ได้ จึงเป็นสภาวะให้ถึงความ เป็นธรรมนอนเนื่อง ในคำปุจฉาว่า กามราคานุสัย กำลังนอนเนื่อง แก่บุคคลใด ปฏิฆานุสัยก็กำลังนอนเนื่องแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ดังนี้. อนึ่ง ในอนุสัยเหล่านั้น อนุสัยหนึ่งอันบุคคลใดยังมิได้ละ อนุสัยนอกนี้ของบุคคลนั้นก็ยังละไม่ได้ นั่นแหละ ฉะนั้น จึงกล่าวว่า อามนฺตา ดังนี้. ผิว่า คำใดท่านรับรองว่า อามนฺตา ในอุปปัชชนวาระ ข้างหน้า เพราะคำถามอย่างนี้ว่า กามราคานุสัย กำลังเกิดแก่บุคคล
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka