บุคคลมีโสมนัสสะเกิดได้ แต่เป็นญาณวิปปยุตตจิตกำลังเกิดอยู่
ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งโสมนัสสสัมปยุตตจิต แต่เป็นญาณวิปปยุตตจิต
ในปวัตติกาลก็ดี โสมนัสสินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลแหล่านั้นในภูมินั้น
แต่ปัญญินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่มี
โสมนัสสะเกิดได้ และเป็นญาณสัมปยุตตจิตกำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาท-
ขณะแห่งโสมนัสสัมปยุตตจิต และเป็นญาณสัมปยุตตจิต ในปวัตติ-
กาลก็ดี โสมนัสสินทรีย์กำลังเกิด และปัญญินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่าปัญญินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, โสมนัสสิน-
ทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่เป็นญาณสัมปยุตตจิต แต่เว้นโสมนัสสะกำลังเกิดอยู่
ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งญาณสัมปยุตตจิตแต่เป็นโสมนัสสวิปยุตตจิต ใน
ปวัตติกาลก็ดี ปัญญินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่
โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่
เป็นญาณสัมปยุตตจิต และมีโสมนัสสะเกิดได้กำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุป-
ปาทขณะแห่งญาณสัมปยุตตจิตและโสมนัสสสัมปยุตตจิต ในปวัตติกาล
ก็ดี ปัญญินทรีย์กำลังเกิด และโสมนัสสินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ โสมนัสสินทริยมูละ ปัญญินทริยมูลี