บุคคลเหล่าใดที่เป็นอิตถีภาวะ ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ มีโสม-
นัสสะ ก็โดยภาวะนั้นนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน อิตถินทรีย์จักเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้น, บุคคลนอกนี้ผู้เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ อิตถินทรีย์จักเกิด
และอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, อิตถินทรีย์
ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใด
ที่เป็นปุริสภาวะ ไปปฏิสนธิในภพไร ๆ มีอุเปกขา ก็โดยภาวะนั้นนั่น
แหละ แล้วจักปรินิพพานก็ดี อุเปกขินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้น แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคล
นอกนี้ผู้เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ อุเปกขินทรีย์จักเกิด และอิตถินทรีย์ก็
จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ อิตถินทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี
ิอิตถินทริยมูละ สัทธินทริย ฯลฯ ปัญญินทริย มนินทริยมูลี:-
[๙๑๓] อิตถินทรีย์จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัทธินทรีย์
ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?