อรูปภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใดที่มีปุริสภาวะเกิดได้ ไปเกิดในภพไร ๆ โดย
ภาวะนั้นนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังตายก็ดี
จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และอิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จักขุน-
ทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมภวิกบุคคลกำลังเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่กำลัง
เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใดที่มีปุริสภาวะเกิดได้ ไปเกิดใน
ภพไร ๆ โดยภาวะนั้นนั่นแหละ แล้วจักปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้น
กำลังเกิดอยู่ก็ดี อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่
จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่กำลังปรินิพ-
พานในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่กำลังตายในรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคล
ที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคล
เหล่าใดที่มีปุริสภาวะเกิดได้ ไปเกิดในภพไร ๆ ก็โดยภาวะนั้นนั่นแหละ
แล้วจักปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังตายก็ดี อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด
และจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ อิตถินทริยมูลี