ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่อุเปกขินทรีย์จักเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น บุคคลที่กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิก็ดี
ปัจฉิมภวิกบุคคลเกิดอยู่ในอรูปภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ
ก็ดี บุคคลเหล่าใดที่มีจักเกิดได้ มีโสมนัสสะเกิดแล้วจักปรินิพพาน
บุคคลเหล่านั้นกำลังตายก็ดี จักขุนทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด และอุเปกขินทรีย์
ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จัก-
ขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมภวิกบุคคลที่กำลังเกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิก็ดี บุคคลเหล่า
ใดที่มีจักขุเกิดได้มีโสมนัสสะเกิดแล้วจักปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลัง
เกิดอยู่ก็ดี อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่
จักขุนทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่กำลังปรินิพ-
พานในปัญจโวการภูมิก็ดี ปัจฉิมภวิกบุคคลเกิดอยู่ในอรูปภูมิก็ดี บุคคล
ที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใดที่มีจักขุเกิดได้ มีโสมนัสสะ
เกิดแล้วจักปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังตายก็ดี อุเปกขินทรีย์ไม่
ใช่จักเกิด และจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ จักขุนทริยมูละ อุเปกขินทริยมูลี