คือแก่กุศลในภูมิ ๔ อกุศล วิบาก และกิริยา. โลกุตตรธรรมไม่เป็น
ปกตูปนิสสยปัจจัยแก่อกุศลธรรมย่างเดียว. แต่เป็นปัจจัยแก่อกุศลของ
คนอื่นได้โดยนัยเป็นต้นว่า โลกุตตรธรรม อันอาจารย์ของข้าพเจ้าให้เกิด
ขึ้นแล้ว หรือโดยนัยนี้ว่า โลกุตตรธรรมจักเกิดขึ้นแก่บุคคลใด เพราะยัง
ความริษยาให้เกิดขึ้นในวิโมกข์อันยอดเยี่ยมของบุคคลนั้น อกุศลธรรม
เป็นปกตูปนิสสยปัจจัยแก่ขันธ์อันเป็นไปในภูมิ ๔ ทั้งหมด อนึ่ง วิบาก
อันเป็นไปในภูมิสามก็เป็นปกตูปนิสสยปัจจัย แก่ขันธ์อันเป็นไปในภูมิ
เหมือนกัน. ในโลกุตตรวิบาก ผลเบื้องต่ำสามไม่เป็นปกตูปนิสสยปัจจัย
แก่อกุศลเท่านั้น. ผลเบื้องสูงคืออรหัตต ผลไม่เป็นปกตูปนิสสยปัจจัย แม้
แก่กุศล. ก็ตามนัยก่อนนั่นเอง โลกุตตธรรมอันเกิดแก่บุคคลใดบุคคล
หนึ่ง โลกุตตรวิบากทั้งหมดในสันดานของบุคคลนั้น เป็นปกตูปนิสสย-
ปัจจัยแก่อรูปขันธ์มีกุศลเป็นต้นทั้งหมด. ปกตูปนิสสยะ กล่าวคือกิริยาเป็น
ปัจจัยแก่ขันธ์มีอกุศลเป็นต้น อันเป็นไปในภูมิ ๔. ปกตูปนิสสยะคือรูป
ก็เหมือนกัน. แต่ รูป เองย่อมไม่ได้ความเป็นอุปนิสปัจจัย ตามนัยอัน
มาแล้วในมหาปกรณ์ ชื่อว่า ปัฏฐานนี้. จะกล่าวว่าได้โดยปริยายที่มาแล้ว
ในพระสูตรก็ควร. ผู้ศึกษาพึงทราบวินิจฉัยโดยธรรมที่เป็นปัจจยุบบัน
ในอุปนิสสยปัจจัยนี้ ดังพรรณนามาแล้ว.
วรรณนานิทเทสแห่งอุปนิสสยปัจจัย จบ