Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 85 หน้าที่ 197

เล่ม มมร. 85 หน้า 197 ข้อ 86
มีกุศลเป็นต้น. แม้ในภูตรูปทั้งหลาย ที่เกิดแล้วแก่อสัญญสัตตพรหม ทั้งหลายก็ควรถือเอาเฉพาะชีวิตินทรีย์และ. ใน ฌานปัจจัย และ มัคคปัจจัย มีวิสัชนาเช่นเดียวกับเหตุปัจจัย เพราะฉะนั้น ท่านจึงกล่าวไว้ในอธิการนี้ว่า เช่นเดียวกับเหตุปัจจัย. วิสัชนาใน สัมปยุตตปัจจัย มีคติเหมือนอารัมมณปัจจัย ฉะนั้น ในที่นี้ ท่านจึงกล่าวว่า เหมือนอารัมมณปัจจัย. พึงทราบวินิจฉัยใน วิปปยุตตปัจจัย ต่อไป. สองบทว่า วตฺถุํ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา ความว่า ธรรมทั้งหลายอาศัยวัตถุเกิดขึ้นเพราะ วิปป- ยุตตปัจจัย คือเพราะวัตถุที่ให้สำเร็จความเป็นวิปปยุตตปัจจัย. สองบทว่า ขนฺเธ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา ความว่า ธรรมทั้งหลายอาศัยขันธ์ทั้งหลายเกิดขึ้น เพราะวิปปยุตตปัจจัย คือเพราะขันธ์ทั้งหลายที่ให้สำเร็จความเป็นวิปปยุตต- ปัจจัย. คำว่า ขนฺธา วตฺถุํ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา อธิบายว่า ขันธ์ทั้งหลาย อาศัยวัตถุเกิดขึ้น เพราะวิปปยุตตปัจจัย คือเพราะวัตถุที่ให้สำเร็จความ เป็นวิปปยุตตปัจจัย. คำว่า จิตฺตสมุฏฺานํ รูปํ ขนฺเธ วิปฺปยตฺตปจฺจยา ความว่า รูปที่มีจิตเป็นสมุฏฐานอาศัยขันธ์ทั้งหลายเกิดขึ้น เพราะ วิปป- ยุตตปัจจัย เพราะขันธ์ทั้งหลายให้สำเร็จความเป็นวิปปยุตตปัจจัย แม้ใน วิสัชนาที่เหลือ บัณฑิตพึงทราบความตามนัยที่ท่านกล่าวไว้ในคำว่า วตฺถุํ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา เป็นต้น. ก็ด้วยศัพท์ว่า วัตถุ ในวิปากาพยากตะนี้ บัณฑิตควรรวมเอาจักขุเป็นต้นมาด้วย. คำว่า เอกํ มหาภูตํ เป็นอาทิ ท่านกล่าวไว้เพื่อแสดงว่า มหาภูตรูปเป็นปัจจัยแก่อัพยากตธรรมฝ่ายรูป. บทว่า จิตฺตสมุฏฺานํ ความว่า ย่อมได้รูปที่มีอัพยากตจิตเป็นสมุฏฐาน และรูปที่มีกุศลและอกุศลจิตเป็นสมุฏฐาน.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka