Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 85 หน้าที่ 272

เล่ม มมร. 85 หน้า 272 ข้อ 235
ในข้อนั้นมีนัยดังต่อไปนี้ อเหตุกโมหะ และอเหตุกวิบาก และกิริยา เท่านั้น เป็นปัจจยุบบันธรรมในพระบาลีนี้ว่า นเหตุปจฺจยา อารมฺมเณ เทฺว เพราะนเหตุปัจจัย ในอารัมมณปัจจัย มี ๒ วาระ คำว่า มี ๒ วาระ ในอธิการนี้ท่านจึงหมายเอา อกุศลกับอกุศล อัพยากตะกับอัพยากตะ. แม้ในคำที่เหลือก็นัยนี้เหมือนกัน. ส่วนในอาเสวนปัจจัยย่อมไม่ได้วิบาก และกิริยามโนธาตุ เพราะฉะนั้นในที่นี้ คำว่า อพฺยากเตนาพฺพากตํ บัณฑิต พึงทราบด้วยอำนาจอเหตุกมโนวิญญาณธาตุฝ่ายกิริยา. สองบทว่า วิปาเก เอกํ ในวิปากปัจจัย มี ๑ วาระ คืออัพยากตะกับอัพยากตะนั่นเอง. คำว่า มคฺเค เอกํ คืออกุศลกับอกุศล. คำว่า เหตุยา ปญฺจ ในเหตุปัจจัย มี ๕ วาระ ในอารัมมณมูลกนัย ท่านกล่าวหมายเอารูปเท่านั้น. จริงอยู่ รูปนั้น ย่อมเกิดเพราะอาศัยส่วน ๕ คือ กุศล อกุศล อัพยากตะ กุศลกับอัพยากตะ และอกุศลกับอัพยากตะ. แม้ในปัญจกะทั้งปวงก็นัยนี้เหมือนกัน. สองบทว่า อญฺมญฺเ เอกํ ในอัญญมัญญปัจจัย มี ๑ วาระ ท่านกล่าวหมายเอา มหาภูตรูปและวัตถุรูป. จริงอยู่ รูปเหล่านั้นย่อมเกิดเพราะนอารัมมณ- ปัจจัย เพราะอัญญมัญญปัจจัย. แม้ใน ติมูลกนัย ก็มีนัยอย่างนี้ เหมือนกัน. คำว่า เหตุยา นว ในเหตุปัจจัย มี ๙ วาระ ในนาธิปติมูลกนัย ท่านกล่าวไว้แล้วในเหตุปัจจัยตอนุโลมนัย. แม้คำว่า ตีณิ=๓ เป็นต้น ก็เช่นเดียวกับคำที่กล่าวแล้วในอนุโลมนัยในหนหลัง. ใน ติมูลกนัย คำว่า เทฺว=๒ วาระ เหมือนกับที่กล่าวไว้แล้ว ใน นเหตุปัจจัยมูละ อารัมมณ- ปัจจยมูลี ในหนหลัง. ใน นปุเรชาตมูลกนัย คำว่า เหตุยา สตฺต ในเหตุปัจจัย มี ๗ วาระ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงไว้ในนปุเรชาต-
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka