บรรดาจิตที่สหรคตด้วยโลภะ ๘ ดวง อกุศลจิตดวงหนึ่ง ๆ เป็น
ปัจจัยแก่จิต ๒๑ ดวง คือ กามาวจรวิบากมโนวิญญาณธาตุ ๑๑ ดวง
มหัคคตวิบาก ๙ ดวง และแก่ตนเองที่เกิดภายหลัง ๑.
จิตที่สหรคตด้วยโทสะ ๒ ดวง เป็นอนันตรปัจจัย แก่จิต ๗ ดวง
คือกามาวจรวิบากมโนวิญญาณธาตุ ๖ ดวง ซึ่งสหรคตด้วยอุเบกขาและ
แก่คนเองที่เกิดภายหลัง ๑.
จิตที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและอุทธัจจะ เป็นอนันตรปัจจัยแก่จิต
๒๑ ดวง คือกามาวจรวิบากมโนวิญญาณธาตุ ๑ ดวง พร้อมกับอเหตุก-
วิบากที่สหรคตด้วยโสมนัสมหัคคตวิบาก ๙ และแก่ตนเองที่เกิดภายหลัง ๑.
ปัญจวิญญาณฝ่ายกุศลวิบาก เป็นอนันตรปัจจัยแก่มโนธาตุฝ่าย
กุศลวิบาก.
มโนธาตุ เป็นอนันตรปัจจัย แก่มโนวิญญาณธาตุฝ่ายวิบาก ๒ ดวง.
บรรดามโนวิญญาณธาตุฝ่ายวิบาก ๒ ดวงนั้น ดวงที่สหรคตด้วยโสมนัส
เป็นอนันตรปัจจัยแก่จิต ๑๒ ดวง คือ มโนวิญญาณธาตุฝ่ายวิบาก ๑๐ ดวง
ที่ทำหน้าที่เป็นภวังค์ แก่ตนเองที่เกิดภายหลังตนในเวลาเป็นตทารัมมณะ
และแก่โวฏฐัพพนกิริยา.
ส่วน อเหตุกมโนวิยญาณธาตุที่สหรคตด้วยอุเบกขา เป็นอนันตร-
ปัจจัยแก่จิต ๑๒ ดวง เหมือนกัน คือ แก่อาวัชชนมโนธาตุ อาวัชชน-
มโนวิญญาณธาตุที่มีฐาน ๒ และวิบากมโนวิญญาณธาตุ ๑๐.
มหาวิบากที่เป็นติเหตุกะ เป็นปัจจัยแก่จิต ๒๑ ดวง คือ แก่
มโนวิญญาณธาตุฝ่ายวิบากที่เป็นกามาวจร ๑๐. เว้นโสมนัสสันตีรณะ
รูปาวจรวิบาก อรุปาวจรวิบาก และอาวัชชนจิตทั้งสอง.