ทุเหตุกอุเบกขาสหรคตกิริยา ๒ เป็นอนันตรปัจจัยแก่จิต ๑๘ ดวง
โดยไม่นับที่ซ้ำ คือ แก่ภวังคจิต ๑๓ เหล่านั้นด้วย แก่ตทารัมมณจิต ๖
และแก่ตนเองที่เกิดภายหลัง ๑.
บรรดา รูปวจรกิริยาดวงหนึ่ง ๆ เป็นอนันตรปัจจัยแก่จิต ๑๐
ดวง คือ ติเหตุกภวังค์ในปัญจโวการภพ ๙ ดวง และแก่ตนเองที่เกิด
ภายหลัง ๑ ดวง.
บรรดา อรูปาวจรกิริยาจิตทั้งหลาย
อรูปาวจรกิริยาจิตดวงที่ ๑ เป็นอนันตรปัจจัยแก่จิต ๑๑ ดวง คือ
ภวังค์จิต ๙ ดวงในปัญจโวการภพ อีก ๑ ดวงในจตุโวการภพ และแก่
ตนเองที่เกิดภายหลัง ๑ ดวง.
อรูปาวจรกิริยาจิตดวงที่ ๒ ย่อมได้ภวังคจิต ๒ ดวง ในจตุโว-
การภพ.
อรูปาวจรกิริยาจิตดวงที่ ๓ ได้ ๓ ดวง.
อรูปาวจรกิริยาจิตดวงที่ ๔ ย่อมได้ภวังคจิต ๔ ดวง และผล-
สมาบัติอีก ๑ ดวง. บรรดาอรูปาวจรกิริยาเหล่านั้น ดวงหนึ่ง ๆ เป็น
อนันตรปัจจัยแก่จิต ๑๑-๑๒-๑๓ และ ๑๕ ดวง ตามลำดับดังนี้แล.
อนันตรปัจจัยย่อมได้นิทเทสแม้หลายอย่างด้วยประการฉะนี้ . เพราะเหตุนั้น
ท่านจึงกล่าวว่า บัณฑิตควรกำหนดนิทเทส ๑๐-๑๗-๖๐ และแม้มาก
หลาย (ของอนันตรปัจจัย) ให้ดี.
สมนันตรปัจจัย เป็นต้น มีเนื้อความกระจ่างแล้ว.
อรรถกถาอนันตรปัจจัย จบ