ที่เป็น ปกตูนิสสยะ ได้แก่
๑. บุคคลอาศัยศรัทธาแล้ว ย่อมถือมานะ ทิฏฐิ.
๒. บุคคลอาศัยศีล สุตะ จาคะ ปัญญา แล้ว ย่อมถือมานะ ทิฏฐิ.
๓. ศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา เป็นปัจจัยแก่ราคะ โทสะ
มานะ ทิฏฐิ และแก่ความปรารถนา ด้วยอำนาจของอุปนิสสยปัจจัย.
[๕๔๖] ๓. กุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่อัพยากตธรรม ด้วยอำนาจ
ของอุปนิสสยปัจจัย
มี ๓ อย่าง คือ ที่เป็น อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ
และ ปกตูปนิสสยะ
ที่เป็น อารัมมณูปนิสสยะ ได้แก่
๑. พระอรหันต์ออกจากมรรค กระทำมรรคให้เป็นอารมณ์อย่าง
หนักแน่น แล้วพิจารณา.
ที่เป็น อนันตรูปนิสสยะ ได้แก่
๑. กุศลเป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะ ด้วยอำนาจของอุปนิสสยปัจจัย.
๒. มรรค เป็นปัจจัยแก่ผล.
๓. อนุโลมของพระเสขะทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติ.
๔. เนวสัญญานาสัญญายตนกุศล ของพระอริยบุคคลผู้ออกจาก
นิโรธ เป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติ ด้วยอำนาจของอุปนิสสยปัจจัย.
ที่เป็น ปกตูปนิสสยะ ได้แก่
๑. บุคคลอาศัยศรัทธา แล้วทำตนให้เดือดร้อน ทำให้ตนเร่าร้อน
ย่อมเสวยทุกข์ อันมีการแสวงหาเป็นมูล.