ที่เป็น อารัมมณูปนิสสยะ ได้แก่
๑. บุคคลย่อมยินดีเพลิดเพลิน เพราะกระทำจักขุให้เป็น
อารมณ์อย่างหนักแน่น ครั้นกระทำจักขุนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น
แล้ว ราคะ ทิฏฐิ ย่อมเกิดขึ้น.
๒. บุคคลย่อมยินดีเพลิดเพลิน เพราะกระทำโสตะ ฆานะ
ชิวหา กายะ รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ หทยวัตถุ และขันธ์ทั้งหลาย
ที่เป็นอัพยากตวิบากและอัพยากตกิริยา ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น
ครั้นกระทำโสตะเป็นต้นนั้น ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว ราคะ
ทิฏฐิ ย่อมเกิดขึ้น.
ที่เป็น อนันตรูปนิสสยะ ได้แก่
๑. อาวัชชนะ เป็นปัจจัย แก่อกุศลขันธ์ทั้งหลาย ด้วยอำนาจ
ของอุปนิสสยปัจจัย.
ที่เป็น ปกตูปนิสสยะ ได้แก่
๑. บุคคลอาศัยสุขทางกาย แล้วฆ่าสัตว์ ถือเอาสิ่งของที่เขา
ไม่ได้ให้ พูดเท็จ พูดส่อเสียด พูดคำหยาบ พูดเพ้อเจ้อ ตัดที่ต่อ ปล้น
ไม่ให้เหลือ ปล้นในเรือนหลังหนึ่ง คอยดักทำร้ายในทางเปลี่ยว คบหา
ภรรยาของชายอื่น ฆ่าชาวบ้าน ฆ่าชาวนิคม ฆ่ามารดา ฆ่าบิดา ฆ่า
พระอรหันต์ ยังโลหิตพระตถาคตให้ห้อด้วยจิตประทุษร้าย ทำสงฆ์ให้
แตกกัน.
๒. บุคคลอาศัยทุกข์ทางกาย อุตุ โภชนะ เสนาสนะ แล้วฆ่า
สัตว์ ฯลฯ ทำสงฆ์ให้แตกกัน.