Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 85 หน้าที่ 480

เล่ม มมร. 85 หน้า 480 ข้อ 555
การบรรลุสุขที่ตนยังไม่ถึงว่า ไฉนหนอ เราพึงเข้าถึงความสุขอย่างนี้ในกาล ต่อไป แม้ในทุกข์ก็พึงทราบด้วยอำนาจความเสื่อมไปว่า ไฉนหนอ ทุกข์ พึงเสื่อมไป หรือด้วยอำนาจปรารถนาไม่ให้ทุกข์เกิดว่า ทุกข์อย่างนี้ไม่ พึงเกิดต่อไป. ฤดู โภชนะ และเสนาสนะ มีนัยดังกล่าวแล้วนั่นเอง. แม้ในคำว่า กายิกํ สขํ เป็นต้น อีก มีความว่า เพราะศรัทธาย่อม เกิดแม้แก่บุคคลผู้ถึงสุขได้ เช่นในคำว่า ดูก่อนโมคคัลลานะผู้นิรทุกข์ การ เข้าถึงพระพุทธเจ้านั้นว่าเป็นสรณะเป็นการดีแล, ย่อมเกิดแก่บุคคลแม้ถึง ทุกข์ก็ได้ เช่นในคำว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ตรัสรู้ชอบด้วยพระองค์เอง พระองค์นั้น ย่อมทรงแสดงธรรมเพื่อกำหนดรู้ทุกข์อย่างนี้ อนึ่ง บุคคลย่อม ทำให้บริบูรณ์ในศีลเป็นต้น เพื่อประกอบตนไว้ในสุข และพรากเสียจาก ความทุกข์ เพราะฉะนั้น สุขและทุกข์ พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงทรงแสดง โดยเป็นอุปนิสสัยแห่งศรัทธาเป็นต้น แม้ฤดูเป็นต้น ผู้ศึกษาพึงประกอบ อธิบายตามสมควร. แม้ในคำว่า กายิกํ สุขํ อุปนิสฺสาย ปาณํ หนติ เป็นต้น พึงทราบความที่สุขเป็นต้น เป็นอุปนิสสยปัจจัยตามแนวทางแห่งนัย ที่ข้าพเจ้ากล่าวแล้วนั่นเอง. ก็ในบทภาชนีย์แห่งอุปนิสสยปัจจัยนี้ ผู้ศึกษา พึงทราบว่าอุปนิสสยปัจจัยทั้งสามทรงจำแนกไว้ ๒๓ วาระ คือ กุศล ๘ อกุศล ๖ อัพยกาตะ ๙ วาระนี้ คือ กุศลเป็นปัจจัย เก่กุศล ด้วยอำนาจ ของอุปนิสสยปัจจัย ๓ วาระ แก่อกุศล ๒ วาระ แก่อัพยากตะ ๓ วาระ อกุศลเป็นปัจจัยแก่อกุศล ด้วยอำนาจของอุปนิสสยปัจจัย ๓ วาระ แก่กุศล ๑ วาระ แก่อัพยากตะ ๒ วาระ แม้อัพยากตะก็เป็นปัจจัยแก่อัพยากตะ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka