ฆฏนาที่ ๕ ตรัสด้วยอำนาจอารัมมณาธิปติปัจจัย.
ฆฏนาที่ ๖ ตรัสด้วยอำนาจแห่งเวลาที่วัตถุเป็นอารัมมณาธิปติ.
ฆฏนาที่ ๗ ตรัสด้วยอำนาจจักขุวัตถุเป็นต้น.
ปัจฉาชาตมูลกนัย
พึงทราบวินิจฉัย ในฆฏนาที่มีปัจฉชาตปัจจัยเป็นมูล ต่อไป.ปัจจัย
๒๐ ย่อมประกอบไม่ได้ ประกอบได้เฉพาะ ๓ ปัจจัยเท่านั้น ในนัยนี้มี
ฆฏนา ๑ เท่านั้นเอง ฆฏนานั้นพึงทราบด้วยอำนาจกุศลเป็นต้นเป็นปัจจัย
แก่กาย. แม้ในนัยที่อาเสวนปัจจัยเป็นมูลก็มีฆฏนา ๑ เหมือนกัน.
กัมมมูลกนัย
พึงทราบวินิจฉัย ในฆฏนาที่มีกัมมปัจจัยเป็นมูล ต่อไป. สอง
บทว่า อนนฺตเร เอกํ ในอนันตรปัจจัย มี ๑ วาระ ท่านกล่าวไว้ด้วย
อำนาจเจตนาในมรรค. ในคำว่า อญฺมญฺเ ตีณิ ในอัญญมัญญปัจจัย
มี ๓ วาระ พึงถือเอาแม้วัตถุในปฏิสนธิกาลด้วย. สองบทว่า อุปนิสฺสเย
เทฺว ในอุปนิสสยปัจจัย มี ๒ วาระ คือ วาระ ๒ ที่กล่าวไว้ในหนหลัง
ด้วยอำนาจอนันตรูปนิสสยปัจจัยและปกตูปนิสสยปัจจัย. แม้ฆฏนาที่เหลือ
พึงทราบตามนัยที่กล่าวแล้วในหนหลังดังนี้แล. ก็ในนัยนี้มีฆฏนา๑๑
หมวด บรรดาฆฏนาเหล่านั้น ๒ ฆฏนาแรกตรัสด้วยอำนาจนานักขณิก-
กัมมปัจจัย โดยแบ่งเป็นปกตูปนิสสัยและอนันตรูปนิสสัย นอกจาก