เฉพาะนามอาหาร ๓ เท่านั้นได้ใน ฆฏนาที่ ๒.
ฆฏนาที่ ๓ มีวัตถุเป็นปัจจยุบบันด้วย.
ฆฏนาที่ ๔ ไม่มีวัตถุ.
ฆฏนาที่ ๕ มีรูปเท่านั้นเป็นปัจจยุบบัน ฆฏนา ๕ ฆฏนาอื่นต่อ
จากนั้น มีนัยดังข้าพเจ้ากล่าวแล้วในหนหลัง.
ฆฏนา ๙ ฆฏนาต่อจากนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ด้วยอำนาจ
แห่งอาหาร คือ เจตนา (มโนสัญเจตนาหาร), ๙ ฆฏนานอกจากนั้น
ตรัสด้วยอำนาจวิญญาณาหารที่มีอธิบดี, ๖ ฆฏนานอกจากนั้น ตรัส
ด้วยอำนาจวิญาณาหารที่มีอธิบดี, ใน ๖ ฆฏนานั้น ๓ ฆฏนา ตรัสด้วย
อำนาจธรรมทั้งที่เป็นสวิปากฆฏนาและอวิปากฆฏนาเหมือนกัน (หรือรวม
กัน) อีก ๓ ฆฏนา ตรัสด้วยอำนาจสวิปากฆฏนาอย่างเดียว ใน ๓ ฆฏนา
นั้น ไม่มีวัตถุรูป เพราะไม่มีโลกิยวิบาก.
อินทริยมูลกนัย
คำว่า ปุเรชาเต เอกํ ในปุเรชาตปัจจัย มี ๑ วาระ ใน นัยที่มี
อินทริยปัจจัยเป็นมูล มีฆฏนา ๑ คือ อัพยากตะกับอัพยากตะ ด้วย
อำนาจแห่งจักขุนทรีย์เป็นต้น. ฆฏนาที่มีมูล ๒ ที่เหลือ พึงทราบตามนัย
ที่ข้าพเจ้ากล่าวแล้วในหนหลัง. ก็ในนัยนี้ มีฆฏนา ๗๖ ฆฏนา.
บรรดามฆฏนา ๗๖ ฆฏนาเหล่านั้น ฆฏนาที่ ๑ ได้อินทรีย์ทั้งหมด
โดยอรรถว่าเป็นปัจจัย.
ฆฏนาที่ ๒ ไม่มีรูปชีวิตินทรีย์ เพราะว่ารูปชีวิตินทรีย์แม้นั้น ย่อม
ไม่เป็นที่อิงอาศัย.