วิปปยุตตปัจจัยมี ๓ อย่าง โดยจำแนกเป็นสหชาตะ ปุเรชาตะ
และปัจฉาชาตะ ใน ๓ อย่างนั้น สหชาตวิปปยุตตปัจจัย ย่อมรวมลงใน
สหชาตปัจจัย เพราะเป็นวิปปยุตตปัจจัยแก่ธรรมทั้งหลายที่เกิดพร้อมกัน
นั่นเอง. ปุเรชาตวิปปยุตตปัจจัย ย่อมรวมลงในปุเรชาตปัจจัย เพราะธรรม
ที่เกิดขึ้นก่อนเป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เกิดในภายหลัง. ปัจฉาชาตวิปปยุตต-
ปัจจัย ย่อมรวมลงในปัจฉาชาตปัจจัย เพราะธรรมที่เกิดขึ้นในภายหลัง
เป็นปัจจัย ด้วยอำนาจการค้ำจุนแก่ธรรมที่เกิดขึ้นก่อน.
อัตถิปัจจัย และ อวิคตปัจจัยมีอย่างละ ๖ ด้วยอำนาจแห่ง
สหชาตะ ปุเรชาตะ ปัจฉาชาตะ อาหาระ และอินทรีย์ และด้วย
อำนาจแห่งอัตถิและอวิคตะ อีกอย่างละ ๑ ปัจจัย. บรรดาปัจจัยเหล่านั้น
สหชาตปัจจัย อัตถิปัจจัย อวิคตปัจจัย ย่อมรวมลงในสหชาตปัจจัย เพราะ
ธรรมทั้งหลายที่เกิดพร้อมกันเท่านั้นเป็นปัจจัย ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย
และอวิคตปัจจัย. ปุเรชาตปัจจัย ย่อมรวมลงในปุเรชาตปัจจัย เพราะธรรม
ที่เกิดก่อนเป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เกิดภายหลัง. ปัจฉาชาตปัจจัยทั้งหลาย ย่อม
รวมลงในปัจฉาชาตปัจจัย เพราะธรรมที่เกิดภายหลังเป็นปัจจัย ด้วย
อำนาจการค้ำจุนแก่ธรรมที่เกิดก่อน. ธรรมทั้งหลายที่เป็นอาหาร ย่อมรวม
ลงในกวฬีการาหารปัจจัย. ธรรมทั้งหลายที่เป็นอินทรีย์ ย่อมรวมลงในรูป-
ชีวิตินทรีย์ปัจจัยแล. ปัจจัย ๑๖ เหล่านี้ พึงทราบว่าย่อมรวมลงในปัจจัย
๘ เหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้.
อนึ่ง ปัจจัย ๘ แม้เหล่านี้ สงเคราะห์เข้าในอัญญมัญญปัจจัยมีอยู่.
จริงอยู่ อารัมมณปัจจัยที่แสดงไว้ข้างต้น ๒ อย่าง โดยแยกเป็นอธิบดี
และไม่ใช่อธิบดี. ใน ๒ อย่างนั้น ปัจจัยที่เป็นอธิบดี ย่อมรวมลงใน