ภายหลัง เพราะฉะนั้น จึงรวมลงในปุเรชาตปัจจัยเท่านั้น. อินทริยปัจจัย
ภายนอกได้แก่รูปชีวิตินทรีย์. รูปอินทรีย์นั้นแม้จะเป็นปัจจัยแก่ธรรม
ทั้งหลายที่เกิดร่วมกัน ก็ย่อมเป็นด้วยอำนาจเพียงการตามเลี้ยงรักษา
เท่านั้น ไม่ใช่ด้วยอำนาจแห่งการให้เกิดขึ้น เพราะฉะนั้น จึงจัดเป็น
อินทริยปัจจัยเท่านั้น. ปัจจัย ทั้ง ๘ เหล่านั้น พึงทราบว่า ย่อมรวมเข้าใน
กันและกัน ด้วยประการฉะนี้ นี้เป็นสังคหนัยด้วยอำนาจเป็นอัญญมัญญะ
แห่งปัจจัย ๑๖ ที่เหลือ และแห่งปัจจัย ๘ เหล่านั้นนั่นเอง ในปัจจัย ๘
เพียงนี้.
บัดนี้ ผู้ศึกษาพึงทราบปัจจัยทั้ง๒๔ ที่รวมลงในปัจจัยหนึ่งๆ ของ
บรรดาปัจจัย ๘ เหล่านี้. บรรดาปัจจัย ๒๓ เหล่านั้น.
อารัมมณปัจจัย เท่านั้น ย่อมรวมลงในอารัมมณปัจจัย อันเป็น
ที่ ๑ แห่งปัจจัย ๘ เหล่านั้นก่อน ปัจจัยที่เหลือ ๒๓ ย่อมรวมเข้าไม่ได้.
ปัจจัย ๑๕ เหล่านี้ คือ เหตุปัจจัย สหชาตาธิปติปัจจัย สหชาต-
ปัจจัย อัญญมัญญปัจจัย สหชาตนิสสยปัจจัย สหชาตกัมมปัจจัย วิปาก-
ปัจจัย สหชาตาหารปัจจัย สหชาตินทริยปัจจัย ฌานปัจจัย มัคคปัจจัย
สัมปยุตตปัจจัย สหชาตวิปปยุตตปัจจัย สหชาตัตถิปัจจัย สหชาตอวิคต-
ปัจจัย ย่อมรวมลงในสหชาตปัจจัยที่ ๒.
ปัจจัย ๙ เหล่านี้ คือ อารัมมณปัจจัยที่เป็นอธิบดี อธิปติปัจจัย
อนันตรปัจจัย สมนันตรปัจจัย อุปนิสสยปัจจัย อาเสวนปัจจัย พลวกัมม-
ปัจจัย ที่เป็นนานักขณิกะ นัตถิปัจจัย วิคตปัจจัย ย่อมรวมลงใน
อุปนิสสยปัจจัยที่ ๓.