แม้ใน นอารัมมณมูลกนัย เป็นต้น พึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้
การกำหนดจำนวนมูลในทุกะทั้งปวงมี เท่านั้น คือ ๑๕-๑๓-๑๑-๙
ส่วนในติมูลกนัยเป็นต้น ย่อมได้วิสัชนาซึ่งมีจำนวนอันท่านกำหนดไว้
แล้ว คือ ๗-๕-๓-๒-๑ นอกไปอีก เพราะการประกอบร่วมกันแห่ง
ปัจจัยเป็นอันมาก วิสัชนาใด ๆ ย่อมมีได้เพราะการประกอบร่วมกันแห่ง
ปัจจัยเหล่าใด ในบรรดาปัจจัยเหล่านั้น ผู้ศึกษาพึงกำหนดวิสัชนาและ
ปัจจัยนั้น ๆ ให้ดี แล้วยกขึ้นตามนัยที่ข้าพเจ้ากล่าวแล้วในหนหลัง ก็ใน
นอารัมมณมูลกนัย เป็นต้น เหล่านั้นทั้งหมด ผู้ศึกษาพึงเชื่อมบททั้งหลาย
มีนารัมมณบท เป็นต้น กับ นเหตุบท ที่ผ่านมาแล้วเป็นอันดับแรก แล้ว
ทำเป็นจักร (หมุนเวียนไป) ก็เพราะบทเหล่านั้นเป็นเช่นเดียวกับที่กล่าว
แล้วในนเหตุมูลกนัยนั่นเอง ฉะนั้น ท่านจึงไม่แสดงโดยพิสดาร แสดง
ไว้เพียงย่อ ๆ.
พึงทราบวินิจฉัยในบทเหล่านั้นต่อไป ใน นเหตุกมูลกนัย ใน
เพราะนอารัมมณะ และในเพราะนอุปนิสสยปัจจัย ย่อมได้วาระ ๑๕ แยก ๆ
กันไป ได้วาระ ๑๓ เพราะประกอบร่วมกัน ฉันใด ย่อมได้วาระ ๑๓ เท่านั้น
ในที่ทั่วไป ฉันนั้น. อนึ่ง ใน นอุปนิสสยปัจจัย วาระ ๗ ย่อมมีด้วย
นอารัมมณะ และนสหชาตปัจจัย ฉันใด แม้ในนสชาตปัจจัยก็มีวาระ๗
ด้วยนอุปนิสสยะ และนอารัมมณปัจจัย ฉันนั้น.
คำว่า นนิสฺสยปจฺจยา นอุปนิสฺสยปจฺจยา นปจฺฉาชาเต ตีณิ คือ
วิสัชนา ๓ วาระ มีกุศลเป็นต้น มีอัพยากตะเป็นที่สุด ปัจจัยเหล่านั้นมี
กัมมชรูปและอาหารชรูปเป็นปัจจยุบบัน ในหมวด ๔ มี นอาหาระ และ