มีอย่างเดียว คือ นานาขณิกะ ได้แก่ เจตนาที่สัมปยุตด้วยทุกข-
เวทนาเป็นปัจจัยแก่วิบากขันธ์ทั้งหลาย ที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา ด้วย
อำนาจของกัมมปัจจัย.
[๑๑๘๖] ๖. ธรรมที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา เป็นปัจจัย
แก่ธรรมที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา ด้วยอำนาจของกัมมปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ ที่เป็น สหชาตะ และ นานาขณิกะ
ที่เป็นสหชาตะ ได้แก่ เจตนาที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา เป็น
ปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ ด้วยอำนาจของกัมมปัจจัย.
ที่เป็นนานาขณิกะ ได้แก่เจตนาที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา เป็น
ปัจจัยแก่วิบากขันธ์ทั้งหลาย ที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา ด้วยอำนาจของ
กัมมปัจจัย.
[๑๑๘๗] ๗. ธรรมที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา เป็นปัจจัย
แก่ธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา ด้วยอำนาจของกัมมปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ นานาขณิกะ ได้แก่ เจตนาที่สัมปยุตด้วยอทุกขม-
สุขเวทนาเป็นปัจจัยแก่วิบากขันธ์ทั้งหลาย ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา ด้วยอำนาจ
ของกัมมปัจจัย.
[๑๑๘๘] ๘. ธรรมที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา เป็นปัจจัย
แก่ธรรมที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนา ด้วยอำนาจของกัมมปัจจัย
อย่างเดียว คือที่เป็นนานาขณิกะ ได้แก่ เจตนาที่สัมปยุตด้วย
อทุกขมสุขเวทนาเป็นปัจจัยแก่วิบากขันธ์ทั้งหลาย ที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนา
ด้วยอำนาจของกัมมปัจจัย.