ในนปุเรชาตปัจจัย ที่เป็น ปัจจนียะ วาระ ๒ มาแล้ว เพราะไม่
มีทุกขเวทนา ในอรูปภพ และในปฏิสนธิกาล. แม้ใน วิปปยุตตปัจจัย ก็มี
วาระ ๒ เหมือนกัน เพราะไม่มีทุกขเวทนา ในอรูปภพ. ก็ปัจจัยทั้งหลายมี
สหชาตปัจจัยเป็นต้นที่คลุมไปถึงอรูปธรรมทั้งหมด ย่อมขาดไปในปัจจนียะ
วาระนี้. เพราะเหตุไร ? เพราะธรรมที่สัมปยุตด้วยเวทนา อาศัยธรรม
ที่สัมปยุตด้วยเวทนาเกิดขึ้นไม่ได้ โดยเว้น จากสหชาตปัจจัยเป็นต้น และเพราะ
ธรรมที่สัมปยุตด้วยเวทนาเกิดได้โดยเว้นปัจฉาชาตปัจจัย.
ก็ในการเทียบเคียงปัจจัย คำว่า นปุเรชาเต เอกํ ในนปุเรชาต-
ปัจจัยมี ๑ วาระ ตรัสหมายถึง ธรรมในปฏิสนธิในอรูปภพ และธรรมที่สัมปยุต
ด้วยอเหตุกอทุกขมสุขเวทนา. สองบทว่า นกมฺเม เทฺว ในนกัมมปัจจัยมี ๒
วาระ ตรัสด้วยอำนาจเจตนาที่สัมปยุตด้วยอเหตุกกิริยา. จริงอยู่ อเหตุกกิริยา
เจตนาที่สัมปยุตด้วยเวทนาเหล่านั้น ย่อมเกิดขึ้นเพราะอาศัยธรรมทั้งหลาย
ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา และอทุกขมสุขเวทนา. แม้ในคำว่า นเหตุปจฺจยา
นกมฺมปจฺจยา นวิปาก ก็นัยนี้เหมือนกัน. สองบทว่า นวิปฺปยุตฺเต เอกํ
ในนวิปปยุตตปัจจัยมี ๑ วาระ ตรัสด้วยอำนาจอาวัชขนจิตในอรูปภพ. ในการ
เทียบเคียงปัจจัยทุกแห่ง พึงทราบวิธีนับโดยอุบายนี้.
ปัจจัยที่ได้ใน อนุโลมปัจจนียะ เท่านั้น ตั้งอยู่โดยเป็นปัจจนียะ.
สหชาตปัจจัยเป็นต้น ที่คลุมไปถึงอรูปธรรมทั้งหมดใน ปัจจนียานุโลม ย่อม
ตั้งอยู่โดยอนุโลมเท่านั้น ไม่ตั้งอยู่โดยความเป็นปัจจนียะ แต่อธิปติของอเหตุก-
จิตตุปบาทไม่มี เพราะฉะนั้นอธิปติปัจจัย จึงไม่ตั้งอยู่โดยความเป็นอนุโลม.