Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 86 หน้าที่ 131

เล่ม มมร. 86 หน้า 131 ข้อ 1357
คือ บุคคลพิจารณาเห็นวิบากขันธ์ โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็น ทุกข์ เป็นอนัตตา ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภวิบากขันธ์นั้น ราคะ ทิฏฐิ วิจิกิจฉา อุทธัจจะ โทมนัส ย่อมเกิดขึ้น เมื่อกุศล อกุศล- ดับแล้ว ตทารัมมณจิตอันเป็นวิบาก ย่อมเกิดขึ้น. ๒. วิปากธรรม เป็นปัจจัยแก่วิปากธัมมธรรม ด้วย อำนาจของอารัมมณปัจจัย คือ พระเสกขบุคคล พิจารณาผล, พิจารณาเห็นวิบากขันธ์ โดย ความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภวิบากขันธ์นั้น ราคะ ฯลฯ โทมนัส ย่อมเกิดขึ้น, ย่อมรู้จิตของ บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยวิปากจิต ด้วยเจโตปริยญาณ. วิบากขันธ์ เป็นปัจจัยแก่เจโตปริยญาณ แก่ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ แก่ยถากัมมูปคญาณ แก่อนาคตังสญาณ ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย. ๓. วิปากธรรม เป็นปัจจัยแก่เนววิปากนวิปากธัมม- ธรรม ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย คือ พระอรหันต์ พิจารณาผล พิจารณาเห็นวิบากขันธ์ โดยความเป็น ของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา, ย่อมรู้จิตของบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียง ด้วยวิปากจิต ด้วยเจโตปริยญาณ. วิบากขันธ์ เป็นปัจจัยแก่เจโตปริยญาณ แก่ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ แก่อนาคตังสญาณ แก่อาวัชชนะ ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka