Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 86 หน้าที่ 135

เล่ม มมร. 86 หน้า 135 ข้อ 1359
พระเสกขะหรือปุถุชน พิจารณาเห็นจักษุ โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตาเพราะปรารภจักษุนั้น ราคะ ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น, เมื่อ กุศลและอกุศล ดับไปแล้ว ตทารัมมณจิตอันเป็นวิบาก ย่อมเกิดขึ้น พระเสกขะ หรือปุถุชน พิจารณาเห็นโสตะ ฆานะ ชิวหา กายะ รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ หทยวัตถุ ขันธ์ที่เป็นเนววิปากนวิปากธัมมธรรม โดยความเป็น ของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะ ปรารภโสตะเป็นต้นนั้น ราคะ ฯลฯ โทมนัส ย่อมเกิดขึ้น เมื่อกุศลและอกุศล ดับไปแล้ว ตทารัมมณจิตอันเป็นวิบาก ย่อมเกิดขึ้น. รูปายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะ เป็น ปัจจัยแก่กายวิญญาณ ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย. ๙. เนววิปากนวิปากธัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่วิปาก- ธัมมธรรม ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย. คือ พระเสกขะ พิจารณานิพพาน. นิพพานเป็นปัจจัยแก่โคตรภู. แก่ โวทาน แก่มรรค ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย. พระเสกขะ หรือปุถุชน พิจารณาเห็นจักษุ โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภจักษุนั้น ฯลฯ โทมนัส ย่อมเกิดขึ้น. พระเสกขะ หรือปุถุชน พิจารณาเห็นโสตะ ฯลฯ ขันธ์ที่เป็นเนว- วิปากนวิปากธัมมธรรม โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ย่อม ยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง ฯลฯ เห็นรูปด้วยทิพยจักษุ ฟังเสียงด้วยทิพโสตธาตุ รู้จิตของบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยเนววิปากนวิปากธัมมธรรม ด้วย เจโตปริยญาณ.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka