[๑๓๗๘] ๕. วิปากธัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่วิปากธรรม ด้วย
อำนาจของอุปนิสสยปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ ที่เป็น อนันตรูปนิสสยะ และ ปกตูปนิสสยะ.
ที่เป็นปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลอาศัยศรัทธา ทำคนให้เดือดร้อน
ให้เร่าร้อน, เสวยทุกข์ที่มีการแสวงหาเป็นมูล, ฯลฯ อาศัยความปรารถนา ทำ
ตนให้เดือดร้อน ให้เร่าร้อน ฯลฯ ศรัทธา ฯลฯ ความปรารถนา เป็นปัจจัย
แก่ กายิกสุข แก่กายิกทุกข์ แก่ผลสมาบัติ ด้วยอำนาจของอุปนิสสยปัจจัย.
กุศลและอกุศลกรรม เป็นปัจจัยแก่กรรมวิบาก ด้วยอำนาจของ
อุปนิสสยปัจจัย.
มรรค เป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติ ด้วยอำนาจของอุปนิสสยปัจจัย.
๖. วิปากธัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่เนววิปากนวิปาก-
ธัมมธรรม ด้วยอำนาจของอุปนิสสยปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ ที่เป็น อารัมมณูปนิสสยะ และ ปกตูปนิสสยะ.
ที่เป็นปกตูปนิสสยะ ได้แก่ พระอรหันต์อาศัยมรรค ทำกิริยาสมาบัติ
ที่ยังไม่เกิดให้เกิดขึ้น เข้าสมาบัติที่เกิดขึ้นแล้ว พิจารณาเห็นสังขารโดยความ
เป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ฯลฯ มรรค เป็นปัจจัยแก่อัตถ-
ปฏิสัมภิทา แก่ธัมมปฏิสัมภิทา แก่นิรุตติปฏิสัมภิทา แก่ปฏิภาณปฏิสัมภิทา
ของพระอรหันต์ แก่ความเป็นผู้ฉลาดในฐานะและอฐานะ ด้วยอำนาจของ
อุปนิสสยปัจจัย.
[๑๓๗๙] ๗. เนววิปากนวิปากธัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่เนว-
วิปากนวิปากธัมมธรรม ด้วยอำนาจของอุปนิสสยปัจจัย