[๑๕๓๑] ๓. อุปาทินนุปาทานิยธรรม เป็นปัจจัยแก่อนุปา-
ทินนอนุปาทานิยธรรม ด้วยอำนาจของปุเรชาตปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ ที่เป็น วัตถุเรชาตะ ได้แก่
หทยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็นอนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม ด้วย
อำนาจของปุเรชาตปัจจัย.
[๑๕๓๒] ๔. อนุปาทินนุปาทานิยธรรม เป็นปัจจัยแก่อนุปา-
ทินนุปาทานิยธรรม ด้วยอำนาจของปุเรชาตปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ ที่เป็น อารัมมณปุเรชาตะ ได้แก่
บุคคลพิจารณาเห็นรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ที่เป็นอนุปา-
ทินนุปาทานิยธรรม โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ย่อม
ยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภรูปเป็นต้น นั้น ราคะย่อมเกิด ฯลฯ
โทมนัสย่อมเกิดขึ้น.
เห็นรูปที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิยธรรม ด้วยทิพยจักษุ, ฟังเสียงด้วย
ทิพโสตธาตุ.
[๑๕๓๓] ๕. อนุปาทินนุปาทานิยธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปาทิน-
นุปาทานิยธรรม ด้วยอำนาจของปุเรชาตปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ ที่เป็น อารัมมณปุเรชาตะ ได้แก่
บุคคลพิจารณาเห็นรูป เสียง กลิ่น รส โผฎฐัพพะ ที่เป็นอนุปา-
ทินนุปาทานิยธรรม โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ย่อม