Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 86 หน้าที่ 294

เล่ม มมร. 86 หน้า 294 ข้อ 1678 1679 1680
[๑๖๗๘] ๔. อสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่สัง- กิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย คือ ๑. บุคคลให้ทาน สมาทานศีล ทำอุโบสถกรรมแล้ว ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่งซึ่ง กุศลนั้น เมื่อปรารภกุศลนั้น ราคะ ทิฏฐิ โทมนัส ย่อมเกิดขึ้น. ๒. บุคคลย่อมยินดีกุศลที่ได้สั่งสมไว้แล้วในกาลก่อน. ๓. ออกจากฌาน. ยินดีฌาน ยินดีจักษุ ฯลฯ ยินดีโผฏฐัพพายตนะ ฯลฯ หทยวัตถุ ฯลฯ ขันธ์ที่เป็นอสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม เพราะปรารภกุศล เป็นต้นนั้น ราคะ โทมนัส ย่อมเกิดขึ้น. [๑๖๗๙] ๕. อสังกิลิฏฐอสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่อสัง- กิลิฏฐอสังกิเลสิกธรรม ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย คือ นิพพานเป็นปัจจัยแก่มรรค แก่ผล ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย. [๑๖๘๐] ๖. อสังกิลิฏฐอสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่อสัง กิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย คือ ๑. พระอริยบุคคลออกจากมรรคแล้ว พิจารณามรรค พิจารณา ผล พิจารณานิพพาน. ๒. นิพพานเป็นปัจจัยแก่โคตรภู แก่โวทาน แก่อาวัชชนะ ด้วย อำนาจของอารัมมณปัจจัย. ๓. พระอริยบุคคลรู้จิตของบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยจิตที่เป็น อสังกิลิฏฐอสังกิเลสิกธรรม ด้วยเจโตปริยญาณ.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka