Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 86 หน้าที่ 297

เล่ม มมร. 86 หน้า 297 ข้อ 1686
มีอย่างเดียว คือ ที่เป็น อารัมมณาธิปติ ได้แก่ ๑. บุคคลให้ทาน สมาทานศีล กระทำอุโบสถกรรม ย่อมยินดี ย่อม เพลิดเพลินยิ่ง เพราะกระทำกุศลนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ครั้นกระทำ กุศลนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว ราคะ ทิฏฐิ ย่อมเกิดขึ้น. ๒. บุคคลกระทำกุศลที่สั่งสมไว้แล้วในกาลก่อนให้เป็นอารมณ์อย่าง หนักแน่นแล้ว ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง. ๓. บุคคลออกจากฌานแล้ว กระทำฌานให้เป็นอารมณ์อย่างหนัก แน่นแล้ว ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง. ๔. บุคคลย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิง เพราะกระทำจักษุให้เป็น อารมณ์อย่างหนักแน่น ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิง เพราะกระทำโผฏฐัพพะ ฯลฯ หทยวัตถุและขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม ให้เป็นอารมณ์ อย่างหนักแน่น ครั้นกระทำธรรมนั้น ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว ราคะ ทิฏฐิ ย่อมเกิดขึ้น. [๑๖๘๖] ๖. อสังกิลิฏฐอสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่อสัง- กิลิฏฐอสังกิเลสิกธรรม ด้วยอำนาจของอธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ ที่เป็น อารัมมณาธิปติ และ สหชาตาธิปติ ที่เป็น อารัมมณาธิปติ ได้แก่ นิพพานเป็นปัจจัยแก่มรรค แก่ผล ด้วยอำนาจของอธิปติปัจจัย. ที่เป็น สทชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นอสังกิลิฏฐอสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตต- ขันธ์ ด้วยอำนาจของอธิปติปัจจัย.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka