Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 86 หน้าที่ 304

เล่ม มมร. 86 หน้า 304 ข้อ 1702 1703
[๑๗๐๒] ๗. อสังกิลิฏฐอสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่อสัง- กิลิฏฐอสังกิเลสิกธรรม ด้วยอำนาจของอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ ที่เป็น อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ และ ปกตูปนิสสยะ ที่เป็น ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ ๑. ปฐมมรรค เป็นปัจจัยแก่ทุติยมรรค ๒. ทุติยมรรค เป็นปัจจัยแก่ตติยมรรค ๓. ตติยมรรค เป็นปัจจัยแก่จตุตถมรรค ๔. มรรค๑ เป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติ ด้วยอำนาจของอุปนิสสยปัจจัย. [๑๗๐๓] ๘. อสังกิลิฏฐอสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่อสัง- กิลิฏฐอสังกิเลสิกธรรม ด้วยอำนาจของอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ ที่เป็น อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ และ ปกตูปนิสสยะ ที่เป็น ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ ๑. พระอริยบุคคล อาศัยมรรค ยังสมาบัติที่ยังไม่เกิด ให้เกิด เข้า สมาบัติที่เกิดแล้ว พิจารณาเห็นสังขาร โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา. ๒. มรรคเป็นปัจจัยแก่อัตถปฏิสัมภิทา ธัมมปฏิสัมภิทา นิรุตติ- ปฏิสัมภิทา ปฏิภาณปฏิสัมภิทา ความฉลาดในฐานะและอฐานะของพระอริยเจ้า ทั้งหลาย ด้วยอำนาจของอุปนิสสยปัจจัย. ๓. ผลสมาบัติ เป็นปัจจัยแก่สุขทางกาย ด้วยอำนาจของอุปนิสสย- ปัจจัย. ๑. บาลีเป็น จตุตฺโถ มคฺโค, คำว่า จตุตฺโถ เกินมา ในทีนี้จึงแปลเฉพาะค่าว่า มคฺโค.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka