Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 86 หน้าที่ 306

เล่ม มมร. 86 หน้า 306 ข้อ 1706 1707
มี ๒ อย่าง คือ ที่เป็น อารัมมณปุเรชาตะ และ วัตถุปุเรชาตะ ที่เป็น อารัมมณปุเรชาตะ ได้แก่ บุคคลย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง ซึ่งจักษุ เพราะปรารภจักษุนั้น ราคะ ฯลฯ โทมนัส ย่อมเกิดขึ้น. ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง ซึ่งโสตะ ฯลฯ โผฏฐัพพะ หทยวัตถุ เพราะปรารภโสตะเป็นต้นนั้น ราคะ ฯลฯ โทมนัส ย่อมเกิดขึ้น. ที่เป็น วัตถุปุเรชาตะ ได้แก่ หทยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็นสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม ด้วย อำนาจของปุเรชาตปัจจัย. [๑๗๐๖] ๓. อสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่อสัง- กิลิฏฐอสังกิเลสิกธรรม ด้วยอำนาจของปุเรชาตปัจจัย คือ หทยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็นอสังกิลิฏฐอสังกิเลสิกธรรม ด้วยอำนาจของปุเรชาตปัจจัย ๑๑. ปัจฉาชาตปัจจัย [๑๗๐๗] ๑. สังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่อสัง- กิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม ด้วยอำนาจของปัจฉาชาตปัจจัย คือ ขันธ์ที่เป็นสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรมที่เกิดภายหลัง เป็นปัจจัย แก่กายนี้ที่เกิดก่อน ด้วยอำนาจของปัจฉาชาตปัจจัย
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka