คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม และ
หทยวัตถุ ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ, ขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทยวัตถุ เกิดขึ้น เพราะ
วิปปยุตตปัจจัย.
ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา และโมหะ ฯลฯ อาศัย
ขันธ์ ๒ ฯลฯ ขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทยวัตถุ เกิดขึ้น เพราะวิปปยุตตปัจจัย.
๑๓. เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม
อาศัยทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม และเนวทัสสเนนนภาวนาย-
ปหาตัพพเหตุกธรรม ฯลฯ
คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม
และมหาภูตรูปทั้งหลาย, จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลาย เกิดขึ้น เพราะ
วิปปยุตตปัจจัย.
จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา และโมหะ
จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลาย และโมหะ เกิดขึ้น เพราะวิปปยุตตปัจจัย.
โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วย
วิจิกิจฉา เกิดขึ้น เพราะวิปปยุตตปัจจัย.
๑๔. ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม และเนวทัสส-
เนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยทัสสเนนปหาตัพพเหตุก-
ธรรม และเนวทัสสเนนนกาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม ฯลฯ
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม และ
หทยวัตถุ ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ
จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม และ
มหาภูตรูปทั้งหลาย. ขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทยวัตถุ เกิดขึ้น เพราะวิปปยุตต-
ปัจจัย.