คือ อธิปติธรรมที่เป็นมหัคคตธรรม อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็น
มหัคคตธรรม และหทยวัตถุ.
ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นมหัคคตธรรม ซึ่งเป็นวิบาก และ
หทยวัตถุ ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ.
ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ.
๑๒. ปริตตธรรม และมหัคคตธรรม อาศัยปริตต-
ธรรม และมหัคคตธรรม ฯลฯ เพราะนอธิปติปัจจัย.
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นมหัคคตธรรม ซึ่งเป็นวิบาก และ
หทยวัตถุ ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ.
จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ที่เป็นมหัคคตธรรม ซึ่งเป็นวิบาก และ
มหาภูตรูปทั้งหลาย.
ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ กฏัตตารูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นมหัคคต-
ธรรม ซึ่งเป็นวิบาก และมหาภูตรูป.
๔. นอนันตรปัจจัย ฯลฯ ๘. นปุเรชาตปัจจัย
[๑๓๘๗] ปริตตธรรม อาศัยปริตตธรรม เกิดขึ้น เพราะ
นอนันตรปัจจัย เพราะนสมนันตรปัจจัย เพราะนอัญญมัญญปัจจัย
เพราะนอุปนิสสยปัจจัย เพราะนปุเรชาตปัจจัย เหมือนกับปฏิจจวาระ
มี ๑๒ วาระ.
๙. นปัจฉาชาตปัจจัย ๑๐. นอาเสวนปัจจัย
เพราะนปัจฉาชาตปัจจัย เพราะนอาเสวนปัจจัย พึงใส่ให้เต็ม
พึงแสดงว่า วิบาก, จิตตสมุฏฐานรูป ไม่พึงแสดงว่า วิบาก.